[~ ヴィドール : VIDOLL Forum ~]   [~ ヴィドール : VIDOLL Forum ~]
<- Welcome to Vidoll Thailand Forum ->
 


NEWS:
[~ ヴィドール : VIDOLL Forum ~] -> ~ Fanfiction / Writing ~ -> [FIC] "Cubic Sky" - Part 25 (NC)  
สร้างหัวข้อใหม่  ตอบ อ่านหัวข้อก่อนหน้า :: อ่านหัวข้อถัดไป 
  ตอบ [FIC] "Cubic Sky" - Part 25 (NC) - ตอบเมื่อ: Mon Sep 28, 2009 2:10 pm ตอบโดยอ้างข้อความ  
Lunaria
Site Admin


เข้าร่วม: 10 Jun 2007
ตอบ: 2661
ที่อยู่: กบดานอยู่ในถ้ำหมาป่า

"Cubic Sky"
Author: Lunaria
Fandom: Vidoll
Pairing: บอกไม่ถูก ต้องอ่านเอาเอง 5555+
Rating: PG-13 / NC-17
Note: เรื่องนี้มีการฆาตกรรมนะคะ



------------------------------------------------------------




Part 25 :




ฤทธิ์ของแอลกอฮอลล์ทำให้เด็กหนุ่มผล็อยหลับไปพร้อมกับท่วงทำนองขับกล่อมของรถ แก้มทั้งสองข้างเปื้อนสีแดงเรื่อ วิกผมสีน้ำตาลทองยังคงประดับไว้ที่ศีรษะ ขนอันฟูฟ่องสีชมพูของเสื้อโค้ทระอยู่บนพวงแก้มของเด็กหนุ่ม

ชายหนุ่มเหลือบมองชุนเป็นระยะ ดวงตาที่พริ้มหลับแลดูสุขสงบ แนวขนตาสีดำรับกันได้ดีกับใบหน้าขาวซีดของชุน ตาทั้งสองข้างบวมช้ำเพราะการร้องไห้ ใต้ตามีรอยเปื้อนมาสคาร่าเปรอะอยู่
เมื่อขับมาถึงสี่แยกไฟแดง จุยจอดรถ พร้อมเอื้อมมือไปหยิบทิชชู่มาแผ่นหนึ่ง ถอดแว่นตากรอบแดงของชุนออก เช็ดใต้ดวงตาของชุน จนคราบสีดำๆค่อยจางไป เด็กหนุ่มบิดหน้าพลางส่งเสียงครางหงุดหงิดเล็กน้อย จุยถอนมือออก ก่อนจะหันหน้ากลับไปมองถนนตรงหน้าตามเดิม
จุยเลี้ยวรถเข้าไปในทางเข้าของคอนโดแห่งหนึ่ง ชายหนุ่มจอดรถในที่จอดรถอันมืดทึม เสียงเครื่องยนต์สงบลง บุคคลผู้นอนอยู่บนเบาะข้างๆก็ยังคงดูนิ่งสงบเช่นเดิม
“ชุน...” จุยลองหยั่งเสียงเรียกเด็กหนุ่ม แต่ร่างของชุนไม่ไหวติงสักนิด ชายหนุ่มจึงเรียกอีกครั้งพร้อมเขย่าร่างของชุนเบาๆ “นี่...ถึงแล้ว ตื่น”
ชุนครางอู้อี้... แต่แล้วก็กลับสู่ห้วงนิทราดังเดิม ชายหนุ่มได้แต่นั่งถอนหายใจ สายตายังคงจับจ้องใบหน้าที่สวยงามนั้น ถ้าชุนไปเกิดเป็นผู้หญิงคงจะมีแต่คนอิจฉา ดวงตาเรียวน่ารัก ริมฝีปากเป็นกระจับได้รูป ทุกอย่างถูกแต่งแต้มจนกลายเป็นความสมบูรณ์แบบ แต่ดูเหมือนหลายๆครั้ง ชุนจะนึกเกลียดความสมบูรณ์แบบนี้ เพราะมันคือความสมบูรณ์แบบที่ทำให้คนอื่นมองเด็กหนุ่มเพียงแค่เปลือกนอก ยิ่งน่ารักมากเท่าไหร่ ชุนยิ่งรู้ว่าตนได้รับความรักน้อยลงเท่านั้น

ชายหนุ่มเหม่อมองริมฝีปากของชุน ยิ่งมองเท่าไหร่ก็ยิ่งไม่อาจละสายตาออกมาได้ จุยหวนนึกถึงสัมผัสหวานเมื่อครั้งที่เขาโมยจูบมาจากชุน แม้จะเป็นเพียงการทำเพื่อหน้าที่ แต่ลึกๆแล้วจุยรู้ดีว่ามันมีเส้นด้ายประหลาดอยู่เส้นหนึ่ง ที่ได้ผูกติดเขากับชุนเอาไว้ตั้งนานแล้ว ด้ายเส้นนั้นกำลังเกี่ยวกระหวัดไปทั่วทุกทิศทาง ขังทั้งคู่ไว้ในวังวนที่ไม่อาจวิ่งหนีจากกันได้
“ชุน...” ชายหนุ่มเอ่ยเรียกชื่อชุนอีกครั้ง
ยิ่งมองนานเท่าไหร่ จุยยิ่งไม่อาจถอนสายตาออกมาจากริมฝีปากสวยนั้นได้ ชายหนุ่มมองกลีบปากนั้น สลับกับเปลือกตาที่พริ้มหลับ จุยโอนอ่อนไปตามแรงดึงดูดของริมฝีปากนั้น ศีรษะของชายหนุ่มโน้มเข้าไปใกล้ชุน ใกล้เสียจนได้รับสัมผัสอุ่นบางเบาจากลมหายใจแผ่วของชุน มารู้ตัวอีกที ริมฝีปากของทั้งคู่ก็ห่างกันแค่คืบ...

ชายหนุ่มกลืนน้ำลายดังเอื้อกไม่รู้ตัว
จุยไม่มีหน้ากากมาเป็นเกราะกำบังอีกแล้ว ชายหนุ่มไม่อาจซ่อนสีแดงเรื่อที่แต้มไว้บนใบหน้าได้อีก จุยหวนนึกถึงสัมผัสเมื่อแรกพบ... แม้จะทำไปด้วยหน้าที่ว่าต้องดูแลชุน แต่เบื้องหลังคำว่าหน้าที่นั้น มันคือกลุ่มก้อนความรู้สึกที่เรียกว่า ‘ความรัก’

เขาเริ่ม ‘รัก’ ชุนตั้งแต่เมื่อไหร่หรือ?

เจ้าตัวจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าสายสัมพันธ์ระหว่างเขากับชุนมันก่อตัวขึ้นตั้งแต่เมื่อใด จุยรู้เพียงว่ามันอาจจะเป็นเพียงสายสัมพันธ์ที่ผูกจุยเอาไว้ฝ่ายเดียว
ปลายอีกด้านของสายสัมพันธ์เส้นนี้คือ... ความว่างเปล่า
ไม่มีชุนอยู่ตรงนั้น

ชายหนุ่มเผยรอยยิ้มบางๆที่มุมปาก มองหน้าเด็กหนุ่มที่กำลังหลับใหล ประกายวูบไหวเต้นระริกอยู่บนนัยน์ตาสีน้ำตาลเข้ม เหมือนเปลวเทียนแห่งความสุขกำลังจะดับวูบลงทุกเมื่อ เพียงแค่คิดว่า วันหนึ่งเขาจะต้องจากชุนไป.........

.........เขาจะต้องจากชุนไป.........

จะทิ้งชุนไว้ให้เดียวดายจริงๆน่ะหรือ?............


จุยหยุดคิดถึงอนาคต ตอนนี้คิดถึงเพียงปัจจุบันอย่างเดียวก็พอแล้วไม่ใช่หรือ? จุยอยากหยุดเข็มวินาทีเอาไว้ อยากหยุดโลกไม่ให้หมุน อยากปักหมุดเวลาเอาไว้ หยุดทุกๆอย่าง ...ให้ชุนนอนหลับอย่างสุขสงบแบบนี้ตลอดไป
“ชุน” ชายหนุ่มลองหยั่งเสียงเรียกเด็กหนุ่ม ไม่มีคำตอบจากชุน
จุยไม่อาจห้ามตัวเองได้อีก ฝ่ามือหนึ่งประคองซีกหน้าของชุน ก่อนจะประทับริมฝีปากลงไปแผ่วเบา กลีบปากอ่อนนุ่มนั้นทำเอาใบหน้าของจุยร้อนวาบ ตลอดเวลาที่ผ่านมาที่เขาได้อยู่กับชุน จุยทำตัวเสมือนเป็นยมทูต ที่มองโลกด้วยสายตาของคนนอก มองโลกด้วยหัวใจที่ไม่รู้ร้อนรู้หนาว เหมือนการดูละครสุขนาฏกรรม ไม่ว่าจะมีเรื่องร้ายใดๆเกิดขึ้นกับตัวเอง ชายหนุ่มก็ยังคงหัวเราะได้ ถอยเท้าห่างออกมาจาก ‘ตัวเอง’ ได้

ทว่ากับชุน...

เขาไม่อาจทำเพียงยืนหัวเราะอยู่ห่างๆ เฝ้ามองชุนที่กำลังร้องไห้ได้ หากเกิดอะไรขึ้นกับเด็กหนุ่ม จุยคงจะต้องเป็นยมทูตที่ปลดหน้ากากแห่งความเยือกเย็นออก แล้วกระโจนเข้าไปปกป้องชุน
ชายหนุ่มรู้สึกเหมือนริมฝีปากตัวเองกำลังจะหลอมละลาย ด้วยไอร้อนจากริมฝีปากของชุน จุยผละริมฝีปากออกมา... ชุนยังคงหลับใหลอยู่เช่นเดิม ลมหายใจยังคงผ่อนเป็นจังหวะ ชุนจะกำลังฝันอยู่รึเปล่านะ?
“ชุน...ตื่นได้แล้ว” จุยสะกิดชุนเบาๆ
“...”
“นี่ เดี๋ยวก็ทิ้งไว้ในรถเลย”
“อืออ....” เด็กหนุ่มเพียงส่งเสียงครางอู้อี้ พลางบิดหน้าหนี
ฤทธิ์ของแอลกอฮอลล์ทำให้ชุนไม่ยอมแม้จะเปิดเปลือกตาขึ้นมอง
จุยถอนหายใจ “ฉันต้องทำแบบเดิมอีกแล้วใช่มั้ย...” แล้วชายหนุ่มก็ก้าวเดินลงจากรถ ปิดประตูดังปัง เดินอ้อมไปหาชุน เปิดประตูรถ และอุ้มเด็กหนุ่มในร่างหญิงสาวออกมา... โชคดีที่คนเฝ้าตึกหลับไปแล้ว ไม่งั้นคงโดนเข้าใจผิดได้ว่ามอมยาผู้หญิงที่ไหนกลับบ้านมาข่มขืน จุยกึ่งย่องกึ่งเดินผ่านเคาน์เตอร์ของคนเฝ้าตึกไปขึ้นลิฟท์ ชายหนุ่มขึ้นไปถึงชั้นสิบสอง

จุยเดินไปตามทางโถง เคาะประตูห้องๆหนึ่ง หน้าห้องปรากฏหมายเลข 1210 ครู่ต่อมาจึงมีคนมาเปิดประตู
ชายหนุ่มผมยาวแดงออกมาเปิดประตูด้วยใบหน้าสลึมสลือ
“หืม?” ชายหนุ่มผู้นั้นขมวดปมที่คิ้ว ขณะมองร่างในอ้อมแขนของจุย
“จะเอามาทำอะไรอีกล่ะ?”
“...ไม่ได้มาทำอย่างว่าแล้วกัน...”
“อืมม...” หนุ่มผมแดงครางต่ำในลำคอ ขณะเพ่งพินิจร่างในอ้อมแขนของจุย “แปลก...ไม่เห็นอึ๋มเลยสักนิด รสนิยมนายเปลี่ยนเหรอ?”
จุยทำหน้าเอือม พร้อมเดินเบียดอีกฝ่ายเข้ามา “ฉันจำไม่ได้ว่าตัวเองมีรสนิยมชอบอึ๋มๆนะ” เขาวางร่างของชุนลงบนโซฟา ที่โถงกลาง
“เตรียมผ้าขนหนูกับอ่างน้ำให้หน่อยได้มั้ยเทโระ?”
“หา?” ชายผมแดงหันมาชักสีหน้าไม่พอใจ แค่ออกมาเปิดประตูให้ก็รบกวนการนอนของเขาขนาดไหนแล้ว
“ขอผ้าขนหนูกับอ่างน้ำ...อ่างน้ำใส่น้ำอุ่นๆนะ”
“...”
“งงอะไรเล่า”
“เดี๋ยวนี้นายเป็นคนแบบนี้แล้วเหรอ?”
“แบบนี้? ...แบบไหน?”
“ก็...ช่างเอาใจใส่ดูแลผู้อื่น...”
“...?...” จุยได้แต่ยืนทำหน้านิ่ว
“ปกตินายไม่เคยดูแลพวกผู้หญิงขนาดนี้...”
จุยนั่งนิ่งมองเทโระครู่หนึ่ง... “นี่ไม่ใช่ผู้หญิงนะเทโระ”
“...?...”
แม้จะรู้ว่าอีกฝ่ายมองมาด้วยสายตาพิศวง จุยก็ยังไม่ตอบ ชายหนุ่มหันไปถอดวิกผมให้ชุน คลายเสื้อโค้ทสีชมพูออก และถอดรองเท้าบูทส้นเข็มให้
จนกระทั่งในที่สุด เทโระก็ถามขึ้น “...เด็กผู้ชายคนนั้นเองเหรอ?”
จุยเว้นวรรคถอนหายใจชั่วครู่ก่อนตอบ “ใช่”
ถ้าเช่นนั้น เทโระก็รู้ทุกอย่างดีหมดแล้ว ...ณ ห้องแห่งนี้ คือที่พักของเขาและจุย ในการตามล่าทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับพวกอาซามุระ ฮิซาโตะ อันที่จริง เรียกว่า “ฐานที่มั่น” น่าจะถูกต้องกว่า เทโระรู้ดีว่า เหตุใดจุยจึงเลือกปกป้องเด็กหนุ่มที่ชื่อ ‘ชุน’ คนนี้ ...ชายหนุ่มอยู่กับจุยมาตลอดตั้งแต่มีเหตุการณ์ที่พรากน้องสาวของจุยไป จวบจนกระทั่งปัจจุบัน... เทโระเคยทำงานอยู่ในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ทว่าต่อมาเขาต้องลาออก เนื่องเพราะไม่มีระเบียบในชีวิตพอจะทำงานอยู่ในระบบราชการได้
เทโระเดินเข้าไปใกล้โซฟาที่เด็กหนุ่มนอนอยู่ มองปราดแรกยังนึกว่าเด็กคนนี้เป็นเด็กผู้หญิงด้วยซ้ำ
“ไม่สบายเหรอ?” เทโระถาม
“แค่เมาแล้วหลับไปน่ะ ...ปลุกไม่ยอมตื่น...”
เทโระมองใบหน้าที่หลับใหล สลับกับใบหน้าของจุย ทั้งคู่อยู่ด้วยกันมาก็นานโข แต่เทโระก็ไม่เห็นจุยทำหน้าแบบนั้นมาก่อน ประกายประหลาดที่สั่นระริกอยู่ข้างในแววตานั้น...จุยเคยเล่าให้เทโระฟังว่า ได้พบเด็กชายคนหนึ่งน่าจะอายุราวสิบห้าสิบหก นั่งเล่นเปียโนอยู่ในล๊อบบี้โรงแรม เพลงที่เล่นในวันนั้นคือเพลง La Campanella
‘เหมือนกันเปี๊ยบเลย... เหมือนกับที่น้องสองของฉันเคยเล่น บุคลิกท่าทางเหมือนน้องทุกอย่าง’ คือสิ่งที่จุยพูดกับเทโระในวันนั้น

นับแต่วันนั้นเป็นต้นมา จุยก็เอาแต่พะวงคิดถึงแต่ความปลอดภัยและความเป็นอยู่ของเด็กผู้ชายคนนี้ จนกระทั่งวันหนึ่ง...ชะตาฟ้าลิขิตก็ได้ลากชุนมาพัวพันกับพวกอาซามุระ ฮิซาโตะ นี่จึงเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้จุยได้พบเด็กหนุ่มอีกครั้ง
“เดี๋ยวจะไปเอาผ้าขนหนูกับน้ำอุ่นมาให้นะ...” เทโระกล่าวแค่นั้นก่อนเดินจากไป



เช้าวันต่อมา เด็กหนุ่มตื่นขึ้น พบว่าตัวเองอยู่ในที่แปลกตา ชุนผุดลุกขึ้นนั่งแล้วมองไปรอบๆอย่างตกใจ ไม่มีความทรงจำส่วนไหนเลยที่จะบอกชุนว่า ตนเองมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร?
“ตื่นแล้วเหรอ...” เสียงหนึ่งเอ่ยเรียก ทำให้ชุนต้องหันไปมองต้นเสียง เสียงนั้นเป็นของชายหนุ่มผมแดงที่ชุนไม่คุ้นหน้าคุ้นตามาก่อน...
“...”
“หลับสบายรึเปล่า?”
“...” ชุนยังคงนิ่งเงียบ ก็ตัวเองยังไม่รู้เลยว่าตัวเองมาอยู่ที่ไหน?
“เอาเถอะ...กลัวคนแปลกหน้าอย่างฉันใช่มั้ยล่ะ ...ไม่ต้องห่วงหรอก เดี๋ยวจุยก็มา”
จุย?...โอจุยน่ะหรือ?...
“ห้องน้ำอยู่ทางโน้นนะ ไปอาบน้ำได้เลย...”
ถึงกระนั้นชุนก็ยังไม่ขยับไปไหน ได้แต่มองไปรอบๆ
ครู่ต่อมาจึงมีเสียงเปิดประตู จุยกลับมาแล้ว...
“ซื้ออาหารเช้ามาฝาก...” ชายหนุ่มยิ้มพลางยกถุงกระดาษให้ชุนดู เขาเดินเข้ามาใกล้ชุน รู้ดีว่าเด็กหนุ่มจะถามอะไร “เมื่อคืนนายเมาแอ๋ ปลุกเท่าไหร่ก็ไม่ตื่น ...ฉันเลยเป็นคนอุ้มนายลงมาจากรถ...”
“หา...เมา?”
“ใช่...เมา”
เมาจริงหรือ?
ชุนพยายามขุดเค้นความทรงจำ
“เมื่อคืนเราปลอมตัวกันไง ...จำไม่ได้เหรอชุน?”
เมื่อได้ยินจุยพูดดังนั้น ภาพๆหนึ่งพลันผุดวาบขึ้นในหัวเด็กหนุ่ม ...ภาพตัวเองยืนส่องกระจกอยู่หน้าร้านๆหนึ่ง ชุนเห็นตัวเอง สวมรองเท้าบูทส้นเข็มสูงปรี๊ด สวมเสื้อโค้ทสีชมพูมีขนฟูฟ่อง แต่ตอนนี้... เมื่อชุนก้มลงมองร่างของตัวเอง กลับพบว่าเขามีกางเกงขาสั้นตัวเดียว
“แล้วโอจุยทำอะไรกับผม!!” ชุนโวยวายขึ้น พร้อมทำหน้าตื่นตระหนก
“เฮ้ย! นี่นายคิดว่าฉันข่มขืนนายเหรอ?”
“ก็แล้วทำไม...ผม...” ชุนอึกอักอยู่ในคอ “ทำไมผม...เหลือแค่นี้ล่ะ!”
“ก็เมื่อคืนนายเหงื่อชุ่มขนาดนั้น ...จะให้นอนเปียกเหงื่อมันก็กระไรอยู่”
“...สรุปว่า...”
“ใช่ สรุปว่า ฉันเป็นคนถอดเสื้อให้นายเอง”
เด็กหนุ่มใบหน้าร้อนวาบภายในชั่วเสี้ยววินาที... ความเขินจุกอัดอยู่ที่คอจนพูดอะไรต่อไม่ได้อีก เพียงแค่นึกภาพจุยถอดเสื้อผ้าของเขาออกทีละชิ้น ชุนก็อายจนแทบจะมุดแผ่นดินหนี
มันเขินขนาดนี้... เพราะความรู้สึกที่เขามีให้จุย มันเปลี่ยนไปแล้ว
“ชุน...นายอยู่ที่นี่ต่ออีกสักพักก็แล้วกันนะ...”
“...?...”
“ถึงนายจะกลับ ฉันก็จะบังคับให้นายอยู่ต่อ”
“...ม...หมายความว่าไงเนี่ย!”
“ก็หมายความว่าฉันจะไม่ให้นายกลับ”
“เดี๋ยวสิ!”
“ไม่ชุน... ห้ามปฏิเสธ นายต้องอยู่ที่นี่ต่อ” จุยยังคงพูดเสียงเย็น
“มาบังคับกันแบบนี้ได้ยังไง!”
“เพราะตอนนี้ ข้างนอกนั่น มันอันตราย... นายอยู่ที่นี่ต่อไปเรื่อยๆจะดีกว่า”
“ไม่! ผมไม่กลัวไอพวกนั้นแล้ว คุณไม่มีสิทธิ์มาขังผมไว้ที่นี่นะ”
“ถ้านายออกไปจากที่นี่ ก็ตายไม่ก็ถูกจับ... จะเอางั้นเหรอ!”
“...” เพียงได้ยินคำว่า ตาย ชุนก็เงียบกริบ...
“เจ้าฮิซาโตะอะไรนั่นไม่ได้แค่พิศวาสในตัวนายเท่านั้นหรอก อย่าลืมนะชุน ว่านายก็เคยเป็นหนึ่งในพวกมัน นายรู้ความเคลื่อนไหวภายในพวกมัน เพียงแค่นายเอ่ยปากพูดว่าขอลาออก สำหรับเจ้าพวกนั้น... ประโยคที่นายพูดมันตีความได้ว่า นายกำลังจะเอาความลับของพวกมันไปป่าวประกาศ เข้าใจรึเปล่าชุน? เมื่อได้เหยียบย่ำเข้ามาในโลกใต้ดินก้าวหนึ่งแล้ว นายจะไม่มีวันถอยกลับได้ จนกว่าจะถึงวันตาย...”
“...”
“และฉันก็ไม่อยากให้นายตาย”
“...”
“นายอยู่กับฉัน นายไม่อดอยากหรอก ...ไม่ต้องห่วง...”
“แต่ทุกคนก็จะวุ่นวายว่าผมหายตัวไป”
“ลองหาข้ออ้างเนียนๆโทรไปบอกคุณลุงของนายได้มั้ยล่ะ?”
“มันอ้างได้ง่ายๆที่ไหน! จู่ๆผมก็หายตัวไปแบบนี้!”
“ก็บอกว่าไปค้างบ้านเพื่อนสิ... บอกว่าเอาเสื้อผ้าใส่เป้มาแล้ว... ไม่อยากเอากระเป๋าใบใหญ่ไป เพราะมันหนัก ขนลำบาก”
“...”
“ว่าไง โทรไปเลยสิ บอกคุณลุงตามที่ฉันพูด...”
“...” ชุนนิ่งเงียบกริบ จ้องตาอีกฝ่าย โมโหที่จุยเอาตัวเขามาอยู่ด้วยโดยที่ไม่บอกกล่าวล่วงหน้า ผู้ชายคนนี้ ไม่คิดบ้างหรือว่าชุนจะต้องเดือดร้อนโทรศัพท์หาคนนู้นคนนี้มากมายขนาดไหน ไหนจะยังงานที่ร้านอีก ชุนหายไปหนึ่งคน ต้องมีคนมาทำงานหนักแทนชุนด้วย

ทว่า...เสี้ยวหนึ่ง ชุนกลับดีใจที่โดนเอาตัวมาแบบนี้

เด็กหนุ่มเดินออกไปที่โถงทางเดินหน้าลิฟท์ ใช้โทรศัพท์สาธารณะโทรเข้าเบอร์บ้านลุงซากาโมโตะ พูดประโยคตามที่จุยบอก จากนั้นโทรไปที่ร้าน พูดประโยคเดิม ไม่มีใครว่าอะไรเขา คุณลุงแค่บ่นนิดหน่อยว่าทำไมถึงบอกช้า แต่ก็แค่นั้น... แล้วทุกอย่างก็จบลงได้ด้วยดี



ห้องพักแห่งนี้เป็นห้องสวีท มีสามห้องนอน หนึ่งห้องน้ำ และหนึ่งห้องครัว โดยที่โถงกลางมีคอมพิวเตอร์สองเครื่องและสเตอริโออีกชุด
กิจวัตรของชุนเริ่มเปลี่ยนไป เมื่อเด็กหนุ่มมาอยู่กับจุย
ที่มุมหนึ่งของห้องโถงกลาง มีชั้นหนังสือสูงราวสองเมตรตั้งติดกำแพงอยู่สองตู้ ข้างในเรียงรายไปด้วยหนังสือจำพวกบทละคร มีนิยายร้อยแก้วอยู่บ้าง แต่ส่วนใหญ่แล้วก็เห็นจะมีแต่บทละคร
เด็กหนุ่มเดาเอาว่าชายคนนี้คงจะชอบศิลปะการละคร ถึงได้เก็บหนังสือบทละครไว้มากมายขนาดนี้ ชุนเคยหยิบเล่มหนึ่งมาเปิดอ่านเล่นๆ แรกๆเด็กหนุ่มรู้สึกไม่ชินกับการอ่านบทละครแบบนี้ บทละครไม่มีการบรรยายหรือพรรณนาเหมือนนิยายทั่วไป มีเพียงบทสนทนาระหว่างตัวละคร และคำบรรยายสั้นๆเท่านั้น ขณะอ่านไปชุนจึงต้องจินตนาการภาพทั้งหมดขึ้นมาเอง ซึ่งเด็กหนุ่มไม่ชอบเลย...เพราะไม่รู้ว่าจะจินตนาการได้ถูกต้องตามที่คนเขียนต้องการหรือเปล่า...
แต่ถึงกระนั้นชุนก็นั่งอ่านทั้งวัน... อ่านจนเริ่มเคยชินกับบทละครทั้งหลาย
จุยไม่เคยเดินมาถามชุนเลยสักครั้งว่าชอบเล่มไหนเป็นพิเศษ ชุนเองก็ไม่เคยปริปากถามชายหนุ่มว่าทำไมถึงได้สะสมบทละครไว้เยอะขนาดนี้ ชุนแค่รู้ว่าจุยชอบแอบมองเวลาเขาคว้าหนังสือในชั้นมาอ่าน
...มองราวกับต้องการจะท้าเด็กหนุ่มว่า แน่จริงก็อ่านให้หมดสิ...
จนกระทั่งวันหนึ่งสมาธิของชุนต่อบทละครต้องขาดสะบั้นลง เมื่อจุยเปิดประตูเข้ามาพร้อมกับผู้หญิงคนหนึ่ง ทั้งคู่เดินกันเข้ามาอย่างเงียบกริบ พูดคุยกันกระจุ๊กกระจิ๊ก เหมือนคู่รักใหม่หวานชื่น
“...” ชุนมองจุยเดินนำหน้าหญิงสาวมานั่งที่โซฟา หญิงสาวใบหน้าเรียวรูปไข่ มีแก้มนิดๆกำลังน่ารัก ผมยาวดำถึงกลางหลัง มีหน้าม้าตัดตรงปรกหนาผาก
ในที่สุดหญิงสาวก็หันมามองชุน ที่นั่งอยู่บนพื้นพรมหน้าชั้นหนังสือ
“อ่ะ...เมมิ นี่ชุน... ญาติห่างๆของผมเอง...” ชายหนุ่มหันมามองชุน เสร็จแล้วก็หันมายิ้มร่าให้หญิงสาว
“ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ ...นี่ชอบอ่านบทละครเหือนจุยเลยเหรอคะ?” เมมิถามเด็กหนุ่ม สายตาของเธอจับจ้องอยู่ที่หน้าปกของหนังสือในมือชุน ตัวหนังสือสีเงินเขียนว่า “William Shakespeare, As You Like It”
“อ่อ...ป...เปล่าครับ... ผมแค่อ่านเล่นๆไม่มีอะไรทำ”
“ดีจังนะ...” เมมิเผยยิ้มบางๆ
“เมมิ...ผมเตรียมมื้อเย็นไว้แล้ว มาทานกันเถอะ วันนี้คุณเดินเยอะมาก คงจะหิวแล้วใช่มั้ยล่ะ?”
“ค่ะ ว่าแต่จุยทำอาหารเองหมดเลยเหรอคะ?”
“อ่อ ฮ่าๆ ครับๆ” ชายหนุ่มเกาศีรษะแก้เขิน “คือ...ก็ไม่ได้ทำเก่งนักหรอก จำจากในทีวีแหล่ะครับ”
แล้วทั้งคู่ก็เดินหายเข้าไปในครัว ซึ่งมีโต๊ะทานข้าวขนาดเล็กตั้งอยู่ โต๊ะนั่นเล็กพอนั่งแค่สองคนเท่านั้น

แปลกดีแฮะ... ชุนคิด

ปกติเวลาผู้ชายจะจีบสาวซักคน ต้องพาไปร้านอาหารดีๆมีบรรยากาศ ถ้ามีงบน้อยหน่อยก็จะพาไปทานตามห้างสรรพสินค้า ไม่ก็เป็นร้านอาหารถูกๆที่อาหารเลิศรสขึ้นชื่อ
แต่นี่อะไร?... จุยทำอาหารเก่งซะที่ไหน ห้องทานข้าวนั่นก็เป็นแค่ห้องธรรมดาๆ เรื่องนี้ก็มองได้สองแง่ จะมองว่าจุยช่างกล้าเสียจริง หรือจะมองว่า จีบแบบจริงใจ ก็มองได้

หลังจากเมมิกลับไป ชายหนุ่มก็ตะโกนเรียกชุนให้มาช่วยกันล้างจาน
จุยยิ้มระรื่นตลอดเวลาจนชุนเริ่มข้องใจ ตอนนี้รอบตัวจุยคงจะมีแต่ไอหมอกสีชมพูหวาน
ทั่วทั้งห้องเงียบกริบ ได้ยินแต่เสียงจานแก้วกระทบกันในอ่างน้ำ จนในที่สุดก็มีคนทำลายความเงียบนั้น
“คุณน่ะ... ชอบผู้หญิงเหมือนผู้ชายปกติใช่มั้ย?” ชุนถามโพล่งขึ้นแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย เล่นเอาจุยงงไปครู่ใหญ่
แต่แล้วชายหนุ่มก็ได้แต่ยิ้มแล้วตอบว่า “ถามอะไรบ้าๆน่ะ...ก็แหงอยู่แล้ว ไม่อย่างนั้นเมื่อกี๊ฉันจะจูบเมมิรึ?”

“แต่ว่าคุณก็เคยจูบผมเหมือนกันนี่...”

ชุนเอ่ยเพียงแค่นั้น ก็เหมือนมีใครปาระเบิดความเงียบลงตรงกลางห้อง โดยปกติแล้วจุยจะเงียบไปครู่หนึ่ง แล้วก็ต้องสรรหาอะไรบางอย่างมาตอบชุนให้ได้ ทว่าคราวนี้ไม่เลย ชายหนุ่มตกอยู่ในภวังค์ความเงียบสมบูรณ์แบบ
ไม่ว่าจะรอนานแค่ไหน ชุนก็ได้ยินเพียงเสียงจานกระทบกัน สิ่งที่ชุนถามไป เป็นเพียงคำถามอันไร้ซึ่งคำตอบ... เมื่อเหลือบมองใบหน้าของชายหนุ่ม ก็พบเพียงสีหน้าแห่งความว่างเปล่า
ชุนเก็บความคุกรุ่นเอาไว้ในใจ โมโหที่จุยเอาแต่เงียบ โมโหจนอยากจะเอาจานที่ล้างอยู่ปาใส่หน้าชายหนุ่ม ทำไมถามง่ายๆแค่นี้ถึงตอบไม่ได้! ที่ชุนโดนขโมยจูบไปวันนั้น...จุยทำไปเพียงเพราะ “หน้าที่” จริงๆหรือ?
แค่กรอบของคำว่า “หน้าที่” เท่านั้นใช่ไหม?



“วันนี้ฉันจะเอาเพื่อนกลับมาบ้านด้วย... เดี๋ยวนายก็จะมีเพื่อนเล่นแล้วนะชุน”
“...?...”
“ฉันอาจจะเอาเขากลับมาช่วงดึกๆหน่อยนะ...”
ชุนถอนหายใจ “ผมไม่ใช่เด็กอนุบาลนะครับ ไม่ต้องการเพื่อนเล่นหรอก”
“เอาน่า เดี๋ยวพอฉันเอากลับมา นายก็จะอยากเล่นเองแหล่ะ...คอยหน่อยนะ...”
ชุนไม่เข้าใจเลยจริงๆว่าจุยต้องการจะสื่ออะไรกันแน่... สังหรณ์ใจว่า ‘เพื่อนเล่น’ นั้นอาจจะไม่ใช่มนุษย์ แต่ถ้าเป็นมนุษย์จริงๆก็อาจจะเป็นแค่เด็กเล็กๆที่จุยเอามาให้ชุนช่วยดูแล

สี่ทุ่ม... จุยกลับมาพร้อม ‘เพื่อนเล่น’ ที่ว่า

“กลับมาแล้วครับ...” ชุนยังคงนั่งจมจ่อมอยู่หน้าชั้นหนังสือเช่นเดิม เทโระเป็นคนเปิดประตูให้จุย
“นี่...หมอให้เอากลับมาได้แล้วเหรอ?” เสียงหนุ่มผมแดงเอ่ยถามจุย
“หมอบอกว่าอาการไม่น่าเป็นห่วงแล้ว...”
เสียงบทสนทนาของทั้งคู่ทำให้ชุนผละสายตาจากหนังสือ หันไปมองยังคนทั้งสอง ชุนยังคงมองไม่เห็นว่าจุยเอา ‘ใคร’ หรือ ‘อะไร’ กลับมา เพราะชายหนุ่มยังคงหันหลังให้ชุน
“ไม่เป็นไรแน่นะ...” เสียงเทโระถามซ้ำเหมือนเป็นห่วง
“ไม่เป็นไรหรอกน่า...” จากนั้นจุยก็หันมาทางชุน “ฉันเอาเพื่อนเล่นมาให้นายแล้วชุน” ชายหนุ่มยิ้มร่า เดินมาใกล้ชุน พร้อมยื่นบางอย่างให้เด็กหนุ่มด้วยสองมือ
“...?...” ชุนจ้องมองเจ้าสิ่งนั้นด้วยนัยน์ตาพิศวง
“เมี้ยววว...”
“...”
“เล่นเลยๆ เจ้านี่ไม่ข่วนไม่กัด เป็นเด็กดีมากๆแถมขี้อ้อนอีกต่างหาก...”
“...”
ใช่... เจ้าสิ่งที่จุยยื่นให้เขามันคือสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่า “แมว” ...แมวตัวเล็กขนดำขลับ
“กลัวอะไร? ทำหน้างงอยู่ได้ เล่นสิ...” จุยรบเร้า พลางยื่นเจ้าเหมียวเข้ามาใกล้ชุน
“...” เด็กหนุ่มจ้องนัยน์ตาสีทองของเจ้าเหมียวด้วยสีหน้ากล้าๆกลัวๆ
ชุนยื่นมือทั้งสองออกไปข้างหน้า รับเอาร่างเล็กสีดำขลับมาไว้ในสองมือ เจ้าเหมียวร้องครางก่อนจะซุกไซร้ร่างของชุน โดยไถสีข้างเข้ากับแขนของเด็กหนุ่ม
“เฮ้ย...จั๊กกะจี๋...” ชุนพูดเจือเสียงหัวเราะ
จุยนั่งขัดสมาธิลงตรงหน้าชุน นัยน์ตาจับจ้องเจ้าเหมียวกับชุนเล่นกันเหมือนเด็ก
“...เจ้านี่ ชื่อ ฮิโรชิ ฉันเลี้ยงมาสามปีแล้ว”
“ฮิโรชิเหรอ? งี้ก็ตัวผู้น่ะสิ”
“ใช่...หาแฟนให้ฮิโรชิหน่อยสิ อยู่ตัวเดียวมานานไม่ค่อยได้ออกไปเจอสาวที่ไหนเลย...”
“...โอจุยนั่นแหล่ะ พาแมวออกไปเปิดโลกบ้าง ไม่ใช่มาอยู่แต่ในบ้านอุดอู้แบบนี้”
ชายหนุ่มยิ้มน้อยๆ “นั่นสินะ...ฉันเองก็คงต้องหาแฟนบ้างเหมือนกัน...”
ชุนผละสายตาจากฮิโรชิ ขึ้นมามองชายหนุ่มตรงหน้า รอยยิ้มหวานถูกวาดไว้บนใบหน้าของจุย
“ใช่มั้ยชุน?... ฉันควรจะหาแฟนได้แล้วสินะ...”
ชุนขมวดคิ้วมองชายหนุ่ม “หาได้หรือไม่ได้ก็แล้วแต่โอจุยเถอะครับ...” ชุนเอ่ยพลางยื่นฮิโรชิคืนให้จุย
“อะไร...ถามแค่นี้ลุกหนีเลยเหรอ?” ชายหนุ่มเริ่มแหย่
“ไม่ได้หนี! จะไปเข้าห้องน้ำต่างหาก!”
จุยมองเด็กหนุ่มเดินไปจนลับสายตา ชุนเดินหายเข้าไปในห้องน้ำ ล๊อกประตู
ชุนยืนเอามือไพล่หลังพิงประตู ก่อนจะหันหน้าไปมองเงาสะท้อนของตัวเองในกระจก สีแดงเรื่อถูกแต้มไว้ที่พวงแก้มใส เด็กหนุ่มนิ่วหน้าให้กับเงาสะท้อนของตัวเอง ...โมโหตัวเองที่เก็บอารมณ์เอาไว้ไม่เคยอยู่ โมโหที่จุยชอบแอบมองเขาด้วยสายตาแบบนั้น และชอบแหย่ด้วยคำพูดกวนประสาท

แต่ลึกๆแล้ว... เราก็ชอบให้เขาแอบมองไม่ใช่หรือ?
ชุนถามตัวเอง หงุดหงิดไม่หายเสียที



ผู้หญิงชื่อเมมิมาปรากฏกายที่ห้องพักอีกเพียงสองครั้งเท่านั้น จากนั้น ชุนก็ไม่ได้เห็นหน้าเจ้าหล่อนอีก ทว่าจุยกลับพาสาวหน้าใหม่มาแทน
ชายหนุ่มอยู่ในสภาพกึ่งเมา ในขณะที่เปิดประตูพาหญิงสาวรายใหม่เข้ามาในห้อง
ชุนหันไปมองคนทั้งคู่ แต่แล้วเด็กหนุ่มก็ต้องรีบถอนสายตากลับมาด้วยความเอือมระอา เพราะทั้งสองคนแลกจูบกันนัวเนียอยู่ที่ประตูแบบไม่เกรงใจใครเลย
“ทำไมใจร้อนแบบนี้ล่ะ...” สาวผมดำทรงบ๊อบเทกระซิบเสียงกระเส่า สาวงามผู้นี้จะสังเกตบ้างไหมนะ ว่ามีชุนนั่งหลบมุมอยู่ตรงนี้
“ผมทนไม่ไหวแล้วล่ะฮิเมโกะ” จุยตอบเสียงอู้อี้พลางซุกไซร้ริมฝีปากลงในซอกคอขาวระหง
จากนั้นทั้งสองก็จูงมือกันเข้าห้องนอนของจุย เดินเลยผ่านชุนไปราวกับว่าเด็กหนุ่มไม่เคยมีตัวตนอยู่ตรงนั้น
“ใจเย็นๆสิ...”
“คุณก็อย่ายั่วนักสิ”
“ไม่เอานะ...อา...”
ชุนนึกโมโหจนอยากจะปาบางอย่างเข้าไปเหลือเกิน ทำไมไม่เกรงใจกันบ้างเลยว่าชุนยังอยู่ตรงนี้ ชุนพยายามไม่สนใจเสียงจากในห้อง เด็กหนุ่มลุกขึ้นไปเร่งเสียงสเตอริโอให้ดังกระหึ่ม เพื่อจะกลบเสียงครวญครางจากในห้อง ทว่า...
“อา....อา........”
เสียงหวานเล่านั้นก็ยังไม่วายดังเร็ดลอดออกมากระทบโสตประสาท ทั้งเสียงครางกระเส่า และเสียงสปริงครวญครางอยู่ใต้ฟูกที่นอน แค่เสียงอย่างเดียวก็พอจะทำให้เห็นภาพว่าเกิดอะไรขึ้นในห้องนั้น
“อา...อา...อา...” เสียงหญิงสาวครางเร่งจังหวะมากขึ้นทุกทีๆ
ชุนเริ่มทนไม่ไหวยกมือขึ้นปิดหู ชุนไม่อยากจะจินตนาการภาพในหัว ไม่อยากนึกเลยว่าจุยกำลังทำอะไรกับผู้หญิงคนนั้น ไม่อยากเห็นมโนภาพว่าจุยกำลังมีความสุขขนาดไหนบนเตียงนอนแห่งนั้น ทั้งสองคงแลกไอร้อนจากริมฝีปากกันสนุกสนาน ยิ่งนึก...ก็ยิ่งโมโห

คุณน่ะ... ชอบผู้หญิงเหมือนผู้ชายปกติใช่มั้ย?

ชุนจำคำถามของตัวเองได้ดี เขาถามจุยไปเมื่อครั้งที่ชายหนุ่มพาเมมิมาบ้าน

ถามอะไรบ้าๆน่ะ ก็แหงอยู่แล้ว...

ชุนห้ามตัวเองไม่ให้ใส่ใจกับคำตอบนั้น ..ทว่าลึกๆแล้วเด็กหนุ่มรู้ดีว่า ประโยคนั้นมันมีใบมีดคมกริบที่กรีดลึกจนทิ้งรอยแผลเป็นไว้ในใจของชุน

แต่ว่า คุณก็จูบผมเหมือนกันนี่?

ใช่...โอจุยก็จูบผมเหมือนกัน เมื่อตอนนั้นไง ตอนที่เราเจอกันครั้งแรก
โอจุยทำกับผมแบบนั้น... จะไม่ดูถูกคุณค่าของจูบๆหนึ่งไปหน่อยหรือครับ?

ชุนลุกขึ้นพร้อมถอดรองเท้าสลิปเปอร์ออกมาข้างหนึ่ง ขว้างไปที่ประตูเต็มแรง
จุยจะหาว่าเขาเป็นตัวอิจฉาก็ช่าง แต่ชุนโมโหจนทนไม่ไหวแล้ว ...เด็กหนุ่มถอดรองเท้าสลิปเปอร์ออกมาอีกข้าง ปาไปที่ประตูห้องนอนของจุย
จุยไม่รู้หรอก... ว่าเพียงแค่เด็กหนุ่มได้ยินเสียงร่วมรักกันของทั้งสองคน ภาพของฮิซาโตะก็หวนคืนมาสู่ความทรงจำของชุน เด็กหนุ่มยืนหน้าบึ้งแต่น้ำตาคลอเบ้า จ้องมองประตูห้องนอนของจุย
ใช่สิ... เบื้องหลังประตูบานนั้น คือ หนุ่มสาวสองคนกำลังเริงสวาทกันด้วยความสุขอันล้นพ้น ในขณะที่ในหัวของเด็กหนุ่มมีเพียงภาพอันโหดร้ายของฮิซาโตะ และสัมผัสอันรุนแรงที่ยังคงค้างอยู่ที่ผิวกายของชุน
“ผมเกลียดโอจุยที่สุด...” ชุนสบถเบาๆ พลางปล่อยให้น้ำตาหนึ่งหยดร่วงเผาะลงอาบแก้ม เด็กหนุ่มคว้าหนังสือมาเล่มหนึ่ง จงใจเลือกเล่มปกแข็ง ปาไปที่ประตูเต็มแรง จนเกิดเสียง “ปัก!” ดังลั่น ชุนไม่สนใจว่าจุยจะต่อว่าเขาทีหลังหรือไม่ ทีจุยยังไม่เห็นจะเคยสนใจเลยว่าชุนยังนั่งอยู่ตรงนี้ ...หน้าห้องนอนของเขา

นาฬิกาดิจิตัลบนหัวเตียงร้องปี๊บๆบอกเวลาตีสอง สาวผมบ๊อบเทสีดำลุกขึ้นยืนข้างเตียง เพื่อสวมเสื้อผ้าทีละชิ้น
“ทำไมรีบกลับนักล่ะครับ... ความจริงน่าจะรอให้เช้าก่อนแล้วค่อยไป” จุยเอ่ยพลางสวมเสื้อผ้าให้ตัวเอง
หญิงสาวหันมายิ้ม “ไม่ดีมั้งคะ ...ถึงยังไงเราก็คบกันไม่ยืดอยู่แล้ว...”
“ท...ทำไมพูดแบบนั้นล่ะครับ?”
คราวนี้ฮิเมโกะหัวเราะคิกเบาๆ “ก็เมื่อคืน...คุณเรียกชื่อใครออกไป ไม่รู้ตัวเลยเหรอคะ?”
จุยได้แต่ทำหน้าพิศวง ขณะกลัดกระดุมเสื้อ “เรียกชื่อ?”
“ท่าทางจะไม่รู้ตัวจริงๆด้วย ...แต่ไม่ต้องห่วงหรอกค่ะ ฉันไม่ได้โกรธคุณหรอกนะ”
“เดี๋ยวสิ ฮิเมโกะ งงไปหมดแล้ว... ตกลงมันเกิดอะไรขึ้น?”
ฮิเมโกะยิ้มแล้วยิ้มอีก เธอไม่ปริปากพูดสิ่งใดจนกระทั่งสวมเสื้อผ้าเสร็จเรียบร้อย “คุณน่ะ... เพ้อเรียกชื่อ ‘ชุน’ ตลอดเวลาเลยล่ะ”

จุยรู้สึกเหมือนมีมีดปักลงตรงกลางร่าง

“ฉันไม่รู้หรอกว่าชุนเป็นใคร ตอนร่วมเตียงกับฉันน่ะ ตัวคุณอยู่กับฉันก็จริง แต่ใจคุณน่ะไปถึงไหนต่อไหนแล้วก็ไม่รู้”
“...” คำพูดทั้งหลายหลุดกลืนลงคอไปหมด จุยนึกข้อแก้ตัวใดๆไม่ออกอีก ถึงกระนั้นหญิงสาวที่ชื่อฮิเมโกะคนนี้ก็ไม่มีทีท่าว่าจะโกรธเคืองเลยแม้แต่น้อย
“อย่าทำหน้าแบบนั้นสิคะ... คุณไม่ได้ทำอะไรผิดซักหน่อย ฉันบอกแล้วไงว่าไม่ได้โกรธ”
ไม่เลย ...จุยไม่ได้รู้สึกผิดต่อฮิเมโกะแต่อย่างใด ชายหนุ่มไม่คิดจะจริงจังกับฮิเมโกะตั้งแต่แรกอยู่แล้ว

สิ่งที่ทำให้จุยตกใจคือการที่เขาเพ้อเรียกชื่อชุนมากกว่า

แอลกอฮอลล์มันชักจะน่ากลัวกว่าที่คิดเสียแล้ว จุยนึกดูถูกเหล้ามาตลอดว่าทำอะไรเขาไม่ได้ เชื่อมาตลอดว่าตัวเองเป็นคนคอแข็ง ไม่เมาง่ายๆ แต่แล้วฤทธิ์ของแอลกอฮอลล์ก็ดันทำให้เขาพลั้งปากพูดสิ่งที่อยู่ในจิตใต้สำนึกออกไป...
“คุณน่ะ...ใส่ใจกับความรู้สึกตัวเองหน่อยสิ เดี๋ยวจะเครียดเอาได้นะ”
“อะไรกันครับ เรื่องแค่นี้น่ะ...ผมไม่เครียดหรอก ฮ่ะๆ”
“อย่าทำเป็นหัวเราะไปนะ วันนึงมันจะเป็นเรื่องใหญ่ขึ้นมา ...ฉันไม่รู้ว่าชุนนี่เป็นใครหรอกนะ ถ้าคุณไม่อยากมานั่งเสียใจทีหลัง รีบบอกเขาไปดีกว่า”
“บ...บอก?...”
“อย่ามาทำเป็นใสซื่อเลยน่า...ก็บอกรักไง...”
เป็นครั้งแรกที่จุยรู้สึกว่าตัวเองใบหน้าร้อนวาบต่อหน้าหญิงสาว ฮิเมโกะไล่ต้อนเขาจนจนมุม เธอคนนี้ขุดเค้นความจริงที่จุยซ่อนเร้นมาตลอด
“อะไรเนี่ย... เมื่อไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมาคุณเร่าร้อนแทบตายไม่เห็นอายสักนิด ฉันพูดจี้จุดแค่นี้หน้าแดงลามไปถึงหูเลยแหน่ะ...” ฮิเมโกะสาวเท้าเข้ามาใกล้จุย พร้อมกลัดกระดุมเสื้อเม็ดที่เหลือให้กับชายหนุ่ม จากนั้นเงยหน้าขึ้นมอบรอยยิ้มหวานให้
“ความจริงแล้วจุยน่ะ ไม่ใช่เพลย์บอยเลยสักนิด ฉันรู้สึกได้นะ คุณน่ะ...แค่ทำตัวเป็นเพลย์บอยเพื่อกลบเกลื่อนสิ่งที่ไม่อยากยอมรับ...”
“...” อะไรกัน... ผู้หญิงคนนี้อ่านใจเขามากไปแล้ว
“เพลย์บอยตัวจริงเขาต้องเชี่ยวชาญเรื่องผู้หญิงมากกว่านี้... คุณเนี่ย ไม่ได้เชี่ยวชาญเลยสักนิด...” ฮิเมโกะยิ้มหวาน
“จ...จริงเหรอ... ลีลาผมไม่ถูกใจคุณเหรอ?”
“ก็ไม่ขนาดนั้นหรอก แต่พวกเพลย์บอยของจริงจะไม่งุ่นง่านแบบคุณ ฮ่ะๆ”
ทั้งสองเดินออกมาจากห้องนอน เจอรองเท้าสลิปเปอร์คู่หนึ่งกับหนังสืออีกหนึ่งเล่มกองอยู่หน้าประตูห้อง
“...?...” ฮิเมโกะชะงักฝีเท้า เมื่อจุยเดินออกมาก็ต้องชะงักฝีเท้าเช่นกัน
“ยังไม่นอนอีกเหรอ?” จุยถาม เด็กหนุ่มผู้ยังคงนั่งจุ้มปุ๊กอยู่ที่มุมห้อง ในมือถือหนังสือบทละครของจุย
เด็กหนุ่มมองตอบจุยและฮิเมโกะด้วยสีหน้าว่างเปล่า ไม่มีทั้งความโกรธหรืออารมณ์ใดๆเลย ชุนเพ่งมองใบหน้าของทั้งคู่สลับไปสลับมา
ชุนทำหน้านิ่งจนฮิเมโกะเริ่มกระอักกระอ่วนใจ “อ...เอ่อ...ถ้าอย่างนั้นฉันขอตัวก่อนนะคะ” เธอหันไปพูดกับจุย ก่อนจะรีบสาวเท้าไปที่ประตู
“เดี๋ยวสิครับ มันกลางดึกนะ คุณจะกลับยังไงครับ?”
“นี่...ฉันเป็นผู้หญิงกลางคืนนะ ไม่ต้องห่วงหรอกค่ะ...ฉันน่ะอาจจะเก่งกว่าคุณด้วยซ้ำ”
นั่นสินะ... จุยนึกถึงสิ่งที่ฮิเมโกะพูดเรื่องเพลย์บอย แท้จริงแล้วเขาคงจะเป็นแค่ผู้ชายธรรมดาที่ไม่อาจฝืนตัวเองไปเป็นผู้ชายเที่ยวผู้หญิงได้
จุยเดินไปส่งหญิงสาวถึงหน้าลิฟท์ “กลับดีๆนะครับ...”
“ค่าๆ คุณน่ะแหล่ะ ซื่อสัตย์กับความรู้สึกตัวเองหน่อยนะ”
นั่นเป็นคำพูดสุดท้ายของหญิงสาว ก่อนประตูลิฟท์จะปิดลง



จุยเดินกลับเข้าไปในห้อง ชุนยังคงนั่งอยู่ที่เดิม คำพูดของฮิเมโกะดังก้องในหัว ชายหนุ่มผ่อนลมหายใจยาวด้วยความเหนื่อยหน่าย เขาเข้าใจสีหน้าของชุนแบบเมื่อครู่ดี จำได้ด้วยว่ามีเสียงเหมือนใครขว้างอะไรใส่ประตูห้อง คนๆนั้นคงเป็นชุน...
“ไม่พอใจอะไรนักหรือไง?” จุยยืนเอามือไพล่หลังพิงกำแพง
“...”
“นายขว้างหนังสือใส่ประตูห้องใช่มั้ย?”
“ขอโทษ...ผมก็ไม่ได้อยากขว้างนักหรอก” ชุนตอบเสียงห้วน
“...เสียมารยาทน่ะชุน...แล้วก็ตอบมาหน่อยได้มั้ยว่าไม่พอใจอะไร?” จุยถามทั้งที่รู้อยู่แก่ใจว่าเด็กหนุ่มไม่พอใจเรื่องอะไร
“...”
“ไม่ตอบก็ตามใจ แต่คราวหลังอย่ามาขัดอารมณ์ฉันก็พอแล้ว”

ขัดอารมณ์... ฟังคำนี้แล้วชุนยิ่งโมโห

“โอจุยนั่นแหล่ะ อย่างน้อยก็น่าจะเกรงใจกันบ้าง”
“นี่มันห้องของฉันนะชุน” ยิ่งจุยเห็นชุนปั้นหน้าเย็นชาใส่แบบนั้น เขาก็ชักจะโมโหขึ้นมาจริงๆ จุยไม่เคยเห็นเด็กหนุ่มทำหน้าเป็นทองไม่รู้ร้อนแบบนั้นมาก่อน กิริยาท่าทางแบบนี้ดูไม่เหมือนชุนเลยสักนิด ที่ผ่านมา... ต่อให้ชุนโมโหแค่ไหน เด็กหนุ่มก็ไม่เคยทำหน้านิ่งเป็นรูปปั้นน้ำแข็งแบบนี้ “อย่าสำคัญตนผิดไปหน่อยเลย ยังไงซะฉันก็เป็นเจ้าของห้อง ฉันช่วยชีวิตนายมาที่นี่นะ อย่าลืม”
“หึ...พูดจาแบบนี้เหมือนจะทวงบุญคุณเลยนะครับ...”
“เปล่า ไม่ได้ทวงบุญคุณ”
“ถ้าอย่างนั้นก็เลิกพูดว่าตัวเองเป็นเจ้าของห้องซักที แล้วก็เกรงใจผมบ้าง” ชุนเอ่ยด้วยน้ำเสียงประชดประชัน “อย่าเอาเรื่องที่ช่วยชีวิตผมมาอ้างจะดีกว่า ...ผมไม่เคยต้องการความช่วยเหลือจากคุณ” ชุนลงท้ายประโยคด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด
“จำคำพูดของตัวเองให้ดีก็แล้วกัน ...แต่อ่อนแอแบบนี้น่ะ จะช่วยตัวเองได้รึ?”
“หึ... คุณมันก็คงจะเหมือนคนอื่นๆสินะ...”
“เหมือนยังไง?”
“สุดท้ายแล้วคุณก็ไม่ได้ทำให้ผมเข้มแข็งขึ้นเลย ที่ผ่านมาคุณก็แค่เหยียบย่ำอยู่บนความอ่อนแอของผม ไม่ช่วยชีวิตผมซะตั้งแต่แรกไม่ดีกว่าเหรอ?”
“...”
“เหมือนกันเลย เหมือนกันหมดทุกคน สุดท้ายแล้วก็แค่อยากเอาความอ่อนแอของผมไปสนองตัณหาตัวเอง... ทุกคนน่ะ...”
“หึ...ขอโทษเถอะ!...” จุยขัดขึ้น “ฉันเคยเอาความอ่อนแอของนายไปสนองตัณหาตัวเองเมื่อไหร่กันเหรอ? ฉันไม่ใช่เจ้าฮิซาโตะที่ ข่มขืน นายซักหน่อย”

อาการแบบนี้กลับมาอีกแล้ว...

อาการโมโหจนควบคุมคำพูดตัวเองไม่ได้ นิสัยนี้ติดตัวจุยมาตั้งแต่เด็ก เป็นนิสัยที่แก้เท่าไหร่ก็แก้ไม่หาย จุยไม่ได้เป็นแบบนี้มานานแล้ว ...นี่แทบจะเป็นครั้งแรกในรอบสามปีที่จุยเกิดอาการแบบนี้ ยิ่งถ้าอีกฝ่ายเป็นผู้อ่อนแอกว่า และมีจุดอ่อน จุยจะใช้คำพูดทุกวิถีทางจนอีกฝ่ายจนตรอก
อย่างในกรณีของชุนนี้ จุยใช้คำว่า ‘ข่มขืน’ เข้าทำร้ายเด็กหนุ่มโดยตรง
“คุณมันเป็นคนแบบนี้นี่เอง...”
“นายเพิ่งรู้เหรอชุน...ว่าฉันเลวขนาดไหน”
“...” ก้อนคำพูดจุกอัดอยู่ในลำคอของชุน
“ฉันเลวมาตั้งนานแล้วล่ะ ฉันเลวมาตั้งแต่วันที่ปกป้องน้องสาวตัวเองไม่สำเร็จ เลวมาตั้งแต่วันที่ยอมขายตัวเองให้กับโลกใต้ดิน”
“...” เด็กหนุ่มเงียบไป ก่อนจะเดินหายเข้าไปในห้องของตน ชุนกลับออกมาพร้อมกับเสื้อโค้ทสีขาวตัวนั้น ตัวที่จุยมอบให้เขา ตัวที่ชุนสวมประจำ ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน
ชุนกำมันไว้ในมือเดียว ก่อนจะยื่นมันใส่หน้าอีกฝ่าย
“...” จุยจ้องมองเสื้อโค้ทนั้นด้วยนัยน์ตาที่ไม่ไหวติง
“เอาไปซะ... แล้วเอาเสื้อหนาวตัวเก่าของผมคืนมาด้วย”
“ฉันไม่รับคืน” จุยตอบเสียงเรียบ “แล้วก็จะไม่คืนของๆนายด้วย”
“เอาคืนไปครับโอจุย เอาของผมคืนมาด้วย” ในที่สุด ดวงตาของชุนก็เริ่มรื้นไปด้วยน้ำใส
“...”
“มันไม่มีค่าสำหรับผมอีกแล้ว...” น้ำเสียงชุนไม่กระแทกกระทั้นแบบเมื่อครู่ ใบหน้าแน่นิ่งเหมือนรูปปั้นน้ำแข็งนั้นไม่มีอีกแล้ว ชุนโมโหจนความคุกรุ่นในใจระเบิดออกไปเงียบๆ แปรสภาพเป็นหยาดหยดน้ำตาที่ฟ้องว่าเจ้าตัวเสียใจขนาดไหน ไม่อยากจะต่อล้อต่อเถียงกับชายหนุ่มอีกแล้ว “ผมไม่เคยต้องการให้คุณช่วย ...ผมจะอยู่จะตายยังไง มันไม่เกี่ยวข้องกับคุณแล้ว เพราะท้ายที่สุดแล้วโอจุยก็เหมือนคนอื่นๆ ...หลงใหลหน้าตาของผม แต่ไม่เคยทำให้ผมหลุดพ้นจากความอ่อนแอนี้เลย ผมหวังพึ่งใครไม่ได้แล้วล่ะ คนที่จะทำให้ผมเข้มแข็งได้ คงมีแค่ตัวผมเอง ...ผมน่ะ... ก็แค่เผลอตัวไปหลงเชื่อโอจุยเท่านั้นเอง...”
“...” จุยได้แต่ยืนแน่นิ่ง คำพูดของชุนเจาะทะลวง...ฝังตัวอยู่ในโสตประสาทของเขา ยิ่งได้เห็นน้ำตาเหล่านั้น จุยยิ่งได้ยินเสียงชีพจรของตัวเองรัวเร็ว

นัยน์ตาของชุนกำลังบอกเล่าเรื่องราว...
ชุน...ไม่ได้โกรธเขาแล้ว แต่ชุนกำลัง ‘เสียใจ’ จริงๆ
ตัวเขานี่แหล่ะ ที่เป็นคนทำให้ชุนเสียใจ ...ทำให้ชุนร้องไห้แบบนี้ ...เพราะคำพูดที่เป็นเหมือนหนามแหลมพวกนั้น

เมื่อเห็นว่าชายหนุ่มไม่ยอมรับเสื้อโค้ทขาวคืนไปเสียที ชุนจึงตรงเข้าไปคว้ามือข้างหนึ่งของจุยขึ้นมา แล้วยัดเสื้อโค้ทขาวตัวนั้นใส่มือของจุย ผู้เป็นเจ้าของเสื้อโค้ทขาวที่แท้จริง
ปลายจมูกและพวงแก้มของชุนเป็นสีแดง เด็กหนุ่มกำลังพยายามกลั้นไม่ให้น้ำตาที่คลอเบ้าไหลออกมา
เมื่อชุนยัดเสื้อโค้ทใส่มือจุยเรียบร้อย เด็กหนุ่มก็ถอยเท้าออกมา
“ผมขอสารภาพอะไรสักอย่างได้มั้ยครับ?...”
“...” ใบหน้าและนัยน์ตาของจุยไม่ปรากฏแววความโกรธอีกต่อไป
“ผมน่ะ...” น้ำตาหยดที่หนึ่งร่วงอาบแก้มซ้ายของชุน “โอจุยคงจะไม่รู้ตัวเลยสักนิด ว่าโอจุยน่ะ .........ทำให้ผมหลงรักตั้งแต่วันที่คุณกอดผมบนดาดฟ้านั่น รู้อะไรมั้ย.....ผม.........” ชุนเสียงสั่น แผ่นหลังไหวระริก “ไม่มีใครที่กอดผมแล้วอบอุ่นเท่าโอจุยกอดผมอีกแล้ว...”
น้ำตาอีกหยดร่วงลงอาบแก้มขวา
“...” จุยนึกคำพูดใดไม่ออกอีกแล้ว น้ำใสๆที่ร่วงหล่นลงต่อหน้าเขา...เหมือนมีอานุภาพทำให้ร่างทั้งร่างเป็นอัมพาตไปชั่วขณะ
“ตั้งแต่อายะจังเริ่มป่วย ทุกคนในครอบครัวก็แทบไม่มีรอยยิ้มให้กันอีก ผมแยกมาเรียนที่โตเกียวคนเดียว มันทำให้ผมได้รู้ว่าความเหงาที่แท้จริงมันเป็นยังไง ผมร้องไห้เพราะความเหงาบ่อยเสียจนเกลียดตัวเอง ผมอยากกรีดเนื้อตัวเองเอาความอ่อนแอพวกนี้ออกมา แล้วเหยียบย่ำให้มันแตกสลายไป เอาไปเผา เอาไปโยนทิ้งทะเล อะไรก็ได้... ถ้าไม่อ่อนแอ ผมก็คงไม่เหงาขนาดนี้...” น้ำเสียงของชุนเบาลงเรื่อยๆ และสั่นเครือขึ้นเรื่อยๆ
“...”
“รู้อะไรมั้ยครับ ถึงแม้ว่าผมจะชอบเถียงโอจุย แต่ลึกๆแล้วผมเชื่อเสมอว่าโอจุยคงจะเป็นคนที่มาช่วยผม ...ยิ่งวันนั้น วันที่โอจุยกอดผมบนดาดฟ้านั่น....”
น้ำตาของชุนพรั่งพรูออกมาไม่หยุด ไหล่สองข้างสั่นสะท้าน
“ผมยิ่งมั่นใจ.....ว่า.....โอจุย.......อาจจะรักผมจริงๆ.........ก็ได้...” คำแต่ละคำเริ่มขาดห้วงออกจากกัน แทนที่ด้วยแรงสะอื้นเบาๆที่แทบไม่ได้ยิน แต่หากเงี่ยหูฟังให้ดี จะรู้ว่าชุนพยายามขนาดไหนไม่ให้ตัวเองร้องไห้หนักกว่านี้
จุยรู้สึกเหมือนมีดาปปักลงกลางลำตัว ...ตลอดเวลาที่ผ่านมา สัญชาตญาณของเขาไม่ได้ผิดเพี้ยน เสียงๆหนึ่งพร่ำกระซิบในใจจุยเสมอ ‘ชุนต้องการนายนะ’ แม้ว่าชุนจะปากแข็งเสมอว่าไม่ต้องการความช่วยเหลือ แต่ทุกครั้งที่ชุนปากแข็ง เขาปากแข็งเพราะไม่ต้องการให้ตัวเองปักใจเชื่ออะไรง่ายๆ ...ชุนไม่อยากปักใจเชื่อว่าจุยห่วงใยเขาจริงๆ ...ไม่อยากฝากความหวังเอาไว้มากเกินไป
นั่นเป็นวิธีการหนึ่งที่ชุนใช้ป้องกันตัวเอง จากความเจ็บปวด และความผิดหวัง

“โอจุยคอยเดินตามผมมาตลอด เฝ้ามองผมจากทุกหนแห่ง ...ถึงผมจะรำคาญไปบ้างแต่ความจริงแล้วน่ะ.................” เสียงสะอื้นแทรกกลางประโยค “ความจริงแล้วผมก็แอบมีความหวังเหมือนกัน ผมถามตัวเองเสมอว่าคนๆนี้จริงๆใช่มั้ย...ที่จะคอยดูแลผม.....” สายน้ำตาพรั่งพรูออกมาไม่หยุด
“ถ้าทำได้....ผมก็......อยากจะโกหกตัวเองต่อไป แต่ยิ่งโกหก....ผมก็ยิ่งรักโอจุยมากขึ้น.........” ชุนเว้นวรรคเอาหลังมือปาดใบหน้าตัวเอง “มากขึ้นทุกวัน....”
“...”
“โอจุยน่ะ............”
“...” จุยได้แต่ยืนนิ่งคอยฟัง ชาไปทั้งร่างเพราะเสียงร้องไห้ของชุน
“โอจุยเป็นคนเดียว...ที่ทำให้ผมอุ่นใจขนาดนี้ เมืองที่เคว้งคว้างแบบโตเกียวดูน่าอยู่ขึ้นก็เพราะมีคนแบบโอจุยคอยติดตามผมไปทุกที่ ....คุณน่ะ ชอบทำตัวลึกลับ จนบางครั้งผมแอบเพ้อเจ้อคิดไปเองว่า โอจุยเป็นมนุษย์จริงๆรึเปล่า...” ชุนยิ้มทั้งที่ยังร้องไห้อยู่

“ผม............คิดไปเอง คนเดียวทั้งสิ้น...........”

และความอดทนของจุยก็ขาดสะบั้นลง “ไม่! ใครบอกกันว่านายคิดไปเองคนเดียว!” หลังจากเงียบอยู่นาน จู่ๆจุยก็โพล่งขึ้น
“......พอเถอะครับ เลิกให้ความหวังผมซะที..........”
“ไม่! ชุน! สิ่งที่นายรู้สึกน่ะ...” ชายหนุ่มค่อยๆสาวเท้าเดินเข้าไปใกล้ชุน “ฉันรู้สึกไม่ต่างอะไรกับที่นายรู้สึกเลย...” จุยทำท่าจะคว้าแขนของชุน แต่เด็กหนุ่มรีบหลบเสียก่อน
“ชุน?....”
“แค่น้ำตาของผมแค่นี้ ...โอจุยอย่าใจอ่อนขนาดนี้สิ.......”
“ไม่.......”
“เลิกสงสารผมซักทีเถอะ ผมจะได้โตซักที.....ขอโทษนะครับที่เล่าทุกอย่างให้คุณฟัง....”
“เดี๋ยวก่อนสิ!...”
“โอจุยจะหลอกให้ผมตายใจอีกรอบเหรอ!!”
“ฉันไม่ได้หลอกนายเข้าใจมั้ย!!” จุยคว้าแขนชุนไว้ได้
“แล้วเมมิกับฮิเมโกะนั่นล่ะ!!”
“นายดูไม่ออกเลยหรือไงว่าฉันไม่ได้รักผู้หญิงพวกนั้น คนที่ฉันรักคือนายต่างหากชุน! ฉันพาเมมิมากินข้าวที่บ้าน พาไปเที่ยวนู่นเที่ยวนี่ พาฮิเมโกะมาร่วมเตียงด้วย ทุกอย่างที่ฉันทำกับผู้หญิงพวกนั้น มันคือสิ่งที่ฉันอยากทำกับนายต่างหากล่ะ...”
“ถ้าโอจุยรักผมจริงๆ... โอจุยต้องเก็บ ‘อ้อมกอด’ แบบนั้นไว้ให้ผมคนเดียวสิ!! กอดเหมือนตอนที่ผมพยายามจะฆ่าตัวตายตอนนั้นไง...... กอดแบบตอนนั้นน่ะ! อ้อมกอดแบบนั้นมันมีค่ากับผมขนาดไหนโอจุยไม่รู้เลยเหรอ?! ....อ้อมกอดนั่นน่ะ.........มันช่วยไม่ให้ผมตายนะ! โอจุยเป็นคนกอดผมเองแท้ๆ .....ทำไมล่ะ.... โอจุยลืมกอดนั้นไปแล้วเหรอ!...........”
แล้วชุนก็ทรุดตัวลงนั่งกับพื้น พร้อมก้มหน้างุด พยายามกั้นเสียงสะอื้นไว้อย่างสุดความสามารถ แขนข้างหนึ่งยังคงโดนจุยรั้งไว้
ชายหนุ่มย่อตัวตามลงมา ก่อนจะคว้าร่างของชุนไปกอดไว้ให้แนบแน่นที่สุด
จุยไม่พูดอะไรอีก... เขาได้แต่กอดร่างตรงหน้าเอาไว้ นั่งฟังเสียงสะอื้นที่หลั่งไหลเข้ามาไม่รู้จักจบสิ้น มือข้างหนึ่งลูบไล้เรือนผมของชุน

จุยเริ่มยิ้มได้อีกครั้ง “สรุปว่า........นายหึงฉันใช่มั้ย?” แล้วชายหนุ่มก็คลายอ้อมกอดออกจากร่างของชุน สองมือประคองใบหน้าของเด็กหนุ่ม แก้มทั้งสองข้างชุ่มโชกไปด้วยหยดน้ำตา
“ไม่เอาน่า...ถ้านายยอมพูดกับฉันตั้งแต่แรกก็ไม่ต้องมาเถียงกันแทบเป็นแทบตายแบบนี้หรอก” จุยพยายามที่จะทำให้ชุนเงยหน้าขึ้นมองเขา ทว่าเด็กหนุ่มเอาแต่หลุบตาลงต่ำ ชายหนุ่มจึงมองเห็นเพียงปลายขนตาที่ชุ่มประกายใส
“ชุน...มองฉัน...”
น้ำเสียงนุ่มนวลทว่าเด็ดขาดเอ่ยขึ้น เด็กหนุ่มจึงค่อยๆยอมเงยหน้าขึ้นมา
จุยได้แต่ยิ้ม ไม่ปริปากพูดสิ่งใด ที่มุมปากมีเพียงยิ้มบางๆ สายตาของชุนที่มองกลับมาทำให้จุยทนไม่ไหวอีกต่อไป ชายหนุ่มโน้มศีรษะเข้าหาคนตรงหน้า รับเอาสัมผัสร้อนระอุจากลมหายใจอีกฝ่าย ก่อนจะประทับริมฝีปากลงไปเบาๆ กลีบปากอ่อนนุ่มของชุนไร้การต่อต้าน สัมผัสหวานซึมซาบเข้าสู่กระแสโลหิต ลมหายใจอุ่นๆแลกเปลี่ยนกัน ชุนไม่ดิ้น ไม่ขัดขืนใดๆทั้งสิ้น ในใจนึกโมโหตัวเองที่ปล่อยให้อารมณ์แปรปรวนเข้าครอบงำ จนเผลอตัวสารภาพไปจนหมดเปลือก
จุยผละริมฝีปากออกมาชั่วครู่ แต่ปลายจมูกของทั้งคู่ยังคงสัมผัสกัน ชุนปรือตามองใบหน้าของชายหนุ่มที่อยู่ชิดกับเขาเหลือเกิน ชิดเสียจนเห็นเงาสะท้อนของตนเองบนนัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มคู่นั้น ผิวหน้าสัมผัสลมหายใจร้อนของอีกฝ่าย จุยมองเห็นแม้กระทั่งไรขนอ่อนๆบนใบหน้าของชุนที่ตั้งชูชันเพราะจุมพิตแผ่วเบาที่เขามอบให้

สำหรับชุน...นี่เป็นครั้งที่สองแล้วที่ทั้งคู่จูบกัน
แต่สำหรับจุย...นี่คือครั้งที่สาม

“ฉัน..ก็รักนายเหมือนกัน...” แล้วชายหนุ่มก็ประทับริมฝีปากลงไปอีกรอบ จูบครั้งนี้ลุ่มลึกและแนบแน่นกว่าครั้งแรก จุยเคลิบเคลิ้มไปกับความหอมหวานจากร่างของชุน
“อือ...” ในที่สุดชุนก็เป็นฝ่ายผละใบหน้าออกมา เพราะหายใจไม่ทัน แก้มทั้งสองข้างเปื้อนสีแดงระเรื่อ ...ชุนผ่อนลมหายใจระอุด้วยไอคุกรุ่นออกมา
“ขอโทษ...เหนื่อยเหรอ...” จุยถาม
“เปล่าครับ...คือ...ผม...” ท่าทีของชุนดูกระอักกระอ่วน “ก็แค่...รู้สึกแปลกๆ...”
“ก็ยังไม่ชินน่ะสิ เดี๋ยวจะทำให้ชินให้เอามั้ย?” ชายหนุ่มเอ่ยพลางซุกปลายจมูกลงในซอกคอของชุน
“ด...เดี๋ยวสิ...โอจุย!...”
“ไม่ต้องเขินหรอก นายอยู่นิ่งๆแล้วเดี๋ยวฉันจัดการเอง”
“ม...ไม่ครับ...ไม่ใช่อย่างนั้น...” ชุนผลักหัวไหล่ของจุยออกเต็มแรง ชายหนุ่มได้แต่มองหน้าชุนด้วยความงุนงง แรงผลักเมื่อตะกี๊ไม่ใช่เล่นๆเลย ชุนเหมือน...กำลังกลัวอะไรบางอย่าง ถึงได้ผลักแรงขนาดนั้น...
“มีอะไรเหรอ?”
“ข...ขอโทษครับ แต่ว่าผม...กลัว”
“...”
“ค...แค่จูบอย่างเดียวก็พอ อย่า ทำอะไร มากกว่านั้นได้มั้ย...” ชุนพูดเสียงขาดห้วง เหมือนบางอย่างรบกวนจิตใจเด็กหนุ่ม สีหน้าหวาดหวั่นนั่นทำให้จุยไม่เข้าใจ
“ก็...ฉันยังไม่ทันได้ทำอะไรนายเลยนะ”
“นั่นแหล่ะ ดีแล้วครับ.....ผมยังไม่พร้อม....”
“...?...”
“โอจุยให้เวลาผมหน่อยได้มั้ย?”
“...” จุยนั่งนิ่งมองหน้าเด็กหนุ่ม หากเพ่งมองนัยน์ตาคู่นั้นให้ดี จะรู้ว่าชุนกำลังนึกถึงเรื่องอะไร ใบหน้าของผู้ชายคนหนึ่งผุดขึ้นมาในห้วงความคิด ...อาซามุระ ฮิซาโตะ...
ประกายไหววูบในตาของชุน สะท้อนเงาผู้ชายคนนั้นออกมา แม้ในยามที่เด็กหนุ่มมองจุยอยู่ ชุนมองทุกคนที่ต้องการมีสัมพันธ์ทางกายกับเขาว่าเป็นฮิซาโตะไปเสียหมด
“นายขอเวลาจากฉัน ถ้าอย่างนั้นฉันขอโอกาสจากนายบ้างได้มั้ย?” ยิ้มอ่อนโยนวาดไว้ที่ริมฝีปากของจุย
เด็กหนุ่มเงยหน้าขึ้นมองคนตรงหน้า
“โอกาส...อะไรครับ?” ชุนถามทั้งที่ก็พอรู้อยู่แก่ใจว่าโอกาสที่ว่านั้นหมายถึงอะไร
“นายก็รู้อยู่แกใจไม่ใช่เหรอ? แล้วนายขอเวลาฉันจากเรื่องอะไรล่ะ...” จุยยิงคำถามกลับ สองมือประกบแก้มชุนอีกครั้ง เขาโน้มใบหน้าเข้าไปกระซิบบางอย่างข้างหูเด็กหนุ่ม “ฉันกับฮิซาโตะเป็นคนละคนกัน ให้พนันเลยก็ได้...ฉันอ่อนโยนกว่าเจ้านั่นเยอะ ฉันไม่ทำให้นายเจ็บหรอก”
“อย่าทำให้ผมขนลุกได้มั้ย!” ใจชุนนึกอยากผลักอีกฝ่ายออกไป ทว่าเมื่อใบหูข้างนั้นโดนจูบเข้า ชุนก็หยุดความพยายามทั้งหมด
เรียวลิ้นอุ่นชื้นของชายหนุ่มแตะเบาๆเข้าที่ปลายหู ชุนเผลอตัวจิกเสื้ออีกฝ่ายแน่น เปลือกตาปิดสนิท ...โดนแค่ที่หูยังรู้สึกได้ขนาดนี้ แล้วถ้าโดนมากกว่านี้ชุนจะไม่ขาดใจตายเลยหรือ...
ชายหนุ่มเลื่อนปลายจมูกลงมาสู่ซอกคอขาว คมฟันขบเบาๆที่ตรงนั้น สลับกันกับริมฝีปากที่ทิ้งรอยสีแดงเป็นจ้ำไว้
“อา...” ในที่สุดชุนก็เริ่มกอดอีกฝ่ายกลับบ้าง ร่างทั้งร่างไม่เชื่อฟังสมองที่สั่งการให้หยุดอีกต่อไป
เด็กหนุ่มซุกใบหน้าลงบนไหล่ของจุย ปล่อยให้ซอกคอถูกรุกรานต่อไป... ภาพของฮิซาโตะค่อยๆเลือนรางไปจากห้วงความคิด ณ ที่แห่งนี้มีเพียงจุย...แค่จุยกับเขาเท่านั้น ไม่มีใครอื่น ผู้ชายที่กำลังกอดเขาอยู่นี้ก็คือจุย ...ชายหนุ่มผู้นี้มีเลือดเนื้อ มีตัวตน สัมผัสได้จริง
“โอจุย...”
“อะไรเหรอ?”
ชุนไม่ตอบ แต่การกระทำของชุนก็เป็นคำตอบให้จุยเป็นอย่างดี ชุนผลักไหล่ของอีกฝ่ายออกช้าๆ ให้นัยน์ตาของทั้งคู่ประสานกัน เด็กหนุ่มเคลื่อนมือขึ้นเพื่อประกบสองข้างแก้มของจุย
ชุนโน้มใบหน้าเข้าไปหาอีกฝ่ายอย่างกล้าๆกลัวๆ และไม่ชำนาญนัก...
แต่ไม่ทันที่ชุนจะได้ทำสำเร็จ ชายหนุ่มก็กลับเป็นฝ่ายประคองศีรษะของชุนไว้ได้ก่อน
“อยากให้จูบก็พูดมาเถอะ...” สองแขนรวบร่างของชุนมากอดไว้แน่น ชายหนุ่มถือโอกาสนี้ผลักร่างของชุนนอนราบไปกับพื้นไม้ สองฝ่ามือออกแรงรั้งไว้ไม่ให้ชุนห่างไปจากร่างของเขาอีก
“อือ...อืออ.....” เรียวลิ้นอันซุกซนรุกรานเข้าภายใน ตวัดวาดลวดลายแลกสัมผัสกับเรียวลิ้นของอีกฝ่าย จนในที่สุดเด็กหนุ่มก็ต้องหันหน้าหนี เพราะหายใจไม่ทัน ทว่าจุยยังคงไม่ละสายตาไปจากริมฝีปากชื้นของชุน ราวกับสิ่งนั้นเป็นของหวานรสเลิศ...ถ้าได้ลิ้มลองครั้งหนึ่ง ของหวานนั้นจะกลายเป็นยาเสพย์ติดที่ทำให้ผู้เสพย์หลงใหลหัวปักหัวปำ และถอนตัวไม่ขึ้น
“ฉันอ่อนโยนพอหรือเปล่า? ...หรือว่าควรจะอ่อนโยนมากกว่านี้?” จุยถาม
ชุนไม่อาจสรรหาคำตอบใดมาตอบอีกฝ่ายได้ การกระทำทั้งหมดที่เกิดขึ้นเมื่อครู่ทำให้ชุนเคลิบเคลิ้มเสียจนไม่ได้ใส่ใจเลยสักนิดว่าจุยอ่อนโยนเพียงพอแล้วหรือยัง อ่อนโยนเกินไป หรือต้องอ่อนโยนมากกว่านี้
“มองฉันแบบนั้น หมายความว่า...เอาแบบเมื่อตะกี๊ กำลังดีแล้วสินะ”
ชุนเหม่อมองนัยน์ตาสีน้ำตาลลุ่มลึกของจุย แต่จ้องได้ไม่นาน นัยน์ตาคู่นั้นก็เคลื่อนเข้ามาใกล้เขาอีกครั้ง พร้อมกับสัมผัสร้อนฉ่าที่ริมฝีปาก
ชุนสัมผัสได้...ว่าจังหวะลมหายใจของอีกฝ่ายเร่งถี่ขึ้น เมื่อผละริมฝีปากออก ชายหนุ่มก็รีบกระซิบบางอย่างกับชุนอีกครั้ง ด้วยความรวดเร็ว “นอนอยู่กับพื้นแบบนี้เจ็บแย่เลย...”
ซึ่งชุนก็พอจะเข้าใจว่าอีกฝ่ายหมายความว่าอย่างไร
“ไปที่เตียงนุ่มๆน่าจะดีกว่า...นะ...”



“อือ...โอจุย...” ชุนครางชื่อของอีกฝ่าย ในขณะที่จุยเลิกปลายเสื้อของชุนขึ้น พร้อมพรมจูบลงไปบนหน้าท้องที่ไหวระริกเพราะสัมผัสที่เขามอบให้ ชายหนุ่มไล่ริมฝีปากไปทั่วเรือนร่างของชุน ผิวกายขาวละเอียดถูกแต้มด้วยละอองแดงระเรื่อ และหยาดเหงื่อประกายพร่างพราว สัมผัสวาบหวามที่จุยมอบให้ทำให้ส่วนอันอ่อนไหวนั้นตั้งชูชันอยู่ใต้ร่มผ้า
ชายหนุ่มไม่รอช้า เคลื่อนมือดึงร่มผ้าที่ปกปิดส่วนนั้นของชุนเอาไว้ลงต่ำ ...และต่ำลงเรื่อยๆจนพ้นแนวสะโพก
“ท่าทางจะอาการหนักแล้วนะชุน...”
“อ...โอจุย.....มองอะไร! .....ลามกที่สุด!!” ชุนเอ็ดเสียงแข็ง แต่สองข้างแก้มกลับแดงก่ำเป็นลูกเชอร์รี่ ก็จุยเอาแต่จ้องตรงนั้นของเขา จะไม่ให้เขินได้ยังไง!
ชายหนุ่มโน้มศีรษะลง แตะปลายลิ้นเบาๆลงไปที่ส่วนนั้นของชุน จนเจ้าของร่างนั้นเผลอจิกผ้าห่มไม่รู้ตัว แค่สัมผัสวูบเดียวเท่านั้น...ยังทำให้เด็กหนุ่มมีปฏิกิริยารุนแรงขนาดนี้
“ยังไม่ทันได้ทำอะไรเลยนะ...” จุยเอ่ย
“...” ชุนได้แต่นอนกัดริมฝีปากตัวเองแน่น เฝ้ารอการกระทำต่อไป
จุยโน้มศีรษะลงอีกครั้ง พร้อมครอบกรอมริมฝีปากเข้ากับแกนกลางแห่งความปรารถนาของชุน
“อ....อา....” เด็กหนุ่มครางเสียงหลง เมื่อท่อนเนื้ออันแข็งกร้าวนั้นได้รับการปรนเปรอจากปลายลิ้นชื้นของอีกฝ่าย “อา....โอจุย....”
เรียวลิ้นดุนดันตั้งแต่ส่วนโคนไล่ไปจนถึงส่วนปลาย ขณะที่ริมฝีปากกำลังทำหน้าที่ สองมือของจุยก็จัดการลูบไล้ไปตามเรียวขาอ่อนขาวละเอียดของชุน เหมือนเป็นการเตือนภัยไปสู่อะไรบางอย่าง ชายหนุ่มรูดริมฝีปากขึ้นและลงด้วยจังหวะที่เร่งขึ้น
“ฮา....ฮาา....อือ......” เด็กหนุ่มผ่อนลมหายใจหนักหน่วง ร่างทั้งร่างสั่นเทิ้ม ใบหน้าบิดรัญจวนด้วยแรงตัณหาที่คุกรุ่นจวนจะระเบิดเต็มที
อีกเพียงแค่นิดเดียวเท่านั้น ...เหลือความอดทนอีกเพียงเสี้ยวเดียว ชุนก็จะระเบิดคลื่นความสุขออกมาสู่อุ้งปากของอีกฝ่าย ทว่าชายหนุ่มกลับหยุดการเคลื่อนไหวลงกลางคัน
จุยเอื้อมมือไปเปิดลิ้นชักข้างเตียง หยิบหลอดบางอย่างออกมา ชายหนุ่มเปิดฝาแล้วบีบของเหลวนั้นให้ไหลเยิ้มบนฝ่ามือและนิ้ว ...นิ้วเหล่านั้นนั่นเองที่ถูกดุนดันผ่านช่องร้อนเข้าไปในร่างของชุน
“ฮึก....อาาา....อ...อา.......” ร่างนั้นกระตุกด้วยความไม่เคยชิน และยังอ่อนประสบการณ์ในเรื่องแบบนี้นัก
ชายหนุ่มเริ่มวาดลวดลายนิ้วอยู่ในร่างของชุน มืออีกข้างหนึ่งจับขาของเด็กหนุ่มแยกห่างจากกัน ก่อนจะสอดนิ้วที่สองและสามตามเข้าไป จุยเผลอแลบลิ้นเลียริมฝีปากตัวเอง ก็ภาพที่เห็นตรงหน้ามันยั่วยวนเหลือเกิน จนตัวเขาเองก็ชักจะทนไม่ไหว แรงปรารถนาเอ่อล้นอยู่ทั่วร่าง ...อยากจะเข้าไปสัมผัสชุนเร็วๆเหลือเกิน
กรอบประตูอันร้อนระอุยังคับแน่นนัก... ร่างกายของชุนก็ร้อนรุ่มจนแทบจะหลอมละลายนิ้วของจุยเช่นกัน
“เจ็บรึเปล่า?”
ชุนพยักหน้าเบาๆ
“ฉันกำลังจะทำให้นายชิน... เดี๋ยวก็ติดใจเอง...”
จุยกระแทกนิ้วไม่หยุด ตรงส่วนนั้นก็ตั้งชูชันแข็งกร้าวมากขึ้นทุกทีๆ หยดน้ำรักขาวละเอียดผุดขึ้น ณ ส่วนปลาย... ชุนอยากกรีดร้องออกมาว่าทนไม่ไหวแล้ว เลือดในกายไหลพล่าน พร้อมจะระเบิดอารมณ์ออกมา
แต่แล้วชายหนุ่มก็ถอนนิ้วออกมาอีกครั้ง สองมือจับหัวเข่าของชุน ให้เรียวขาสองข้างอ้าออกกว้าง และงอขึ้นไปจนเกือบถึงแนวอก ส่วนล่างนั้นไม่มีสิ่งใดป้องกันอีกแล้ว

ชายหนุ่มสอดใส่ตนเองเข้าไปในร่างของชุน
“อ๊าา...!...” ชุนจิกผ้าห่มแน่น ...ไม่ไหวแล้ว... เป็นเพียงประโยคเดียวที่ดังก้องอยู่ในหัวของเด็กหนุ่ม

...ชายหนุ่มเริ่มขยับ...

“อา...............อา..............อา................อา....อ.....โอ...จุย..........”
ชายหนุ่มเคลื่อนเข้าออกอย่างนุ่มนวล มุมปากยิ้มน้อยๆอย่างพึงใจ ที่ชุนหน้าแดงก่ำขนาดนี้...ไม่ใช่เพราะใครที่ไหน แต่เป็นเพราะเขาเอง จุยอดดีใจไม่ได้เมื่อรู้ว่าชุนยอมเชื่อใจเขา อนุญาตให้เขาได้รุกล้ำเข้าไปในกายของเด็กหนุ่มเป็นครั้งแรก
จุยเฝ้ามองปฏิกิริยาของเด็กหนุ่ม... ทุกท่วงท่า ทุกสีหน้า คอยฟังทุกเสียงร้องของชุน มือข้างหนึ่งประคองใบหน้าของชุนเอาไว้ ก่อนจะประกบริมฝีปากลงไปอีกครั้งอย่างดูดดื่ม
ชุนคอยจะผละใบหน้าหนีทุกครั้ง เพียงแค่แรงกระทำที่ส่วนล่างนั้น ก็ทำเอาเขาแทบจะสิ้นลมหายใจอยู่แล้ว นี่ยังจะมาจูบอีกหรือ?....
“......เจ็บมั้ย?...”
“อือ...”
“แล้ว...ชอบมั้ย?”
“อือ...”
ชุนตอบได้เพียงแค่นั้น สมองไม่อาจสั่งการอะไรเป็นคำพูดได้อีกแล้ว
“เชื่อฉันสิ...เดี๋ยวก็จะติดใจ...” ชายหนุ่มกระซิบเสียงแหบพร่าข้างใบหูของเด็กหนุ่ม ก่อนจะฝังปลายจมูกลงไปที่ใต้ใบหู ผ่อนลมหายใจร้อนระอุรดต้นคอของชุน ทำเอาเจ้าของร่างนั้นเสียววาบยิ่งขึ้นไปอีก
ที่ส่วนล่างก็เร่งเอาเร่งเอาจนสะโพกของเด็กหนุ่มไหวโยกคลอเป็นจังหวะเดียวกับร่างกายของจุย
เสียงครางของชุนฟังไม่ได้ศัพท์ เสียงครางของสปริงใต้ฟูกที่นอนเองก็เช่นกัน... พวกมันกำลังครวญครางเป็นจังหวะเดียวกับแรงกระทำที่ชายหนุ่มทำกับชุน
ร่างของทั้งคู่ชุ่มเหงื่อ หยดน้ำใสไหลย้อยจากปลายผมสีน้ำตาลของจุย กระทบลงบนแก้มแดงก่ำของชุน
“ชุน?...” จุยเริ่มกระซิบถามอีกครั้ง
“...” ไม่มีเสียงตอบรับจากชุน มีเพียงเสียงครางที่ฟังไม่เป็นภาษาเท่านั้น ที่ฟ้องว่าร่างกายของเด็กหนุ่มตอบสนองต่อสัมผัสของจุยรุนแรงขนาดไหน
“รักฉันมั้ย?...”
แม้โสตประสาทจะเลือนราง ชุนก็อดโมโหไม่ไดว่า ทำไมจุยต้องอยากฟังคำว่ารักจากปากของชุนในเวลาแบบนี้ด้วย... รู้ทั้งรู้ว่าเขาแทบไม่เหลือเรี่ยวแรงอะไรจะเอาไปตอบแล้ว...
“มองหน้าฉัน...แล้วตอบสิ...”
ไม่ไหวแล้ว ผู้ชายคนนี้... จะทำให้เขาเขินไปถึงไหนกัน? ทำไมต้องมาโรแมนติกใส่เขาด้วย... โมโหมันก็โมโหอยู่...
แต่จะบอกว่า ‘ชอบ’ ก็ไม่ผิดนัก

เด็กหนุ่มจึงปรือตาขึ้นมา มองเห็นใบหน้าของอีกฝ่ายที่แดงก่ำพอกัน... ชุนพยายามรวบรวมกำลังเพื่อพูด
“รัก.....ครับ....อือ.............ฮา.......” ชุนบิดหน้าหนีอีกครั้ง เพราะอีกฝ่ายเร่งจังหวะขึ้นอีก “ฮา....อา......อา......อา.....อ๊าาา.....อ....โอจุย...........ไม่ไหว....แล้ว......”
จุยกระชับวงแขนข้างหนึ่งที่คล้องขาอ่อนของชุนเอาไว้ พร้อมบรรเลงจังหวะที่รุนแรงขึ้น ...เพราะตัวเขาเองนั้น ก็จวนจะสิ้นใจอยู่แล้ว ไอร้อนในร่างของเด็กหนุ่มปรนเปรอความสุขให้กับเขา

หยาดเหงื่อของทั้งคู่ผสานเป็นหนึ่งเดียวกัน

“....อา......อา......อา......อา......อ๊า........อา.....อือ.......”
ที่ตรงนั้นร้อนระอุ...
ร้อน...เพราะแรงเสียดสีจากแก่นกายที่กระแทกเข้ามาไม่หยุดยั้ง

“นายเป็นของฉันคนเดียวแล้วชุน.......ชอบ ใช่มั้ย.........”
ร่างทั้งคู่ไหวกระเพื่อมรุนแรง

“อ๊า....อา....อา....อ..โอ...จ...จุย.....ผมไม่ไหวแล้ว....”
ความเร็วเร่งถึงขีดสุด เสียงร้องของชุนก็ถี่เร็วเป็นจังหวะเดียวกับจังหวะสะโพกของทั้งคู่ ...ที่เป็นหนึ่งเดียวกัน
“อา....อา....อา....อ๊าา.....อ...อื้อออ........!.....”
ชายหนุ่มรีบประกบริมฝีปากของชุนไว้ ในวินาทีที่เด็กหนุ่มไปถึงฝั่งฝัน ร่างของชุนกระตุก ปลายเท้าเกร็งตัว คมเล็บจิกลงบนแผ่นหลังของจุยเต็มแรง
แผ่นหลัง...ของคนที่ทำให้ชุนทั้งสุขสมและเจ็บปวดในเวลาเดียวกัน
แผ่นหลังของคนที่ปรนเปรอความปรารถนาของชุน
เด็กหนุ่มสะบัดใบหน้าหนีจากจูบของจุยรุนแรง “อ๊าาาา...!...” ของเหลวขาวอุ่นปลดปล่อยตัวเองออกมา คลื่นความสุขซัดสาดเข้าใส่เด็กหนุ่มอย่างเกรี้ยวกราด น้ำรักของชุนเปรอะแนวอกเปลือยของทั้งคู่ ถึงกระนั้นจุยก็ยังไม่หยุดเคลื่อนไหว ชายหนุ่มเหลือความอดทนอีกเพียงน้อยนิดเท่านั้น เขาก็จะได้ฝากตราประทับไว้ในร่างของชุนแล้ว
“โอจุย...”
“...อา....ชุน.....ฉัน...จะไม่ไหว...แล้ว....” ชายหนุ่มจิกหมอนเต็มแรงขณะที่พาตัวเองไปถึงฝั่งฝันเช่นกัน จุยกระแทกร่างเข้าใส่ชุนเป็นครั้งสุดท้าย น้ำรักพวยพุ่งสู่ร่างของชุน เขาหอบหายใจแรงรดต้นคอของชุน พร้อมกับทิ้งกายลงบนร่างของเด็กหนุ่มอย่างหมดแรง
แผ่นหลังกระเพื่อมไหวเหมือนระลอกคลื่น ชุนเองก็ได้แต่นอนหมดแรง พิงซีกหน้าไปกับหมอนนุ่มที่ชุ่มเหงื่อ ร่างทั้งสองยังคงกอดก่ายกันอยู่เช่นนั้น ไม่มีใครยอมแยกจากใคร ต่างคนต่างเงี่ยหูฟังเสียงชีพจรที่ดังก้องของอีกฝ่าย
“ชุน?....” ชายหนุ่มเรียกชื่ออีกฝ่ายอย่างอ่อนแรง ก่อนจะค่อยๆเงยหน้าขึ้นมา
ชุนปรือตาขึ้นตามเสียงเรียกนั้น ลมหายใจยังคุกรุ่นจากกิจกรรมเมื่อครู่ ใบหน้ายังคงถูกแต้มไว้ด้วยละอองสีแดงระเรื่อ ริ้วผมชื้นเหงื่อแนบติดไปกับใบหน้า
จุยจ้องมองริมฝีปากชื้นของเด็กหนุ่ม ก่อนจะก้มลงจูบเบาๆหนึ่งที ซึ่งชุนเองก็ไม่ต่อต้านขัดขืน
“...ลุกไหวมั้ย?...”
“โอจุย...ลามกที่สุด!...” แม้จะง่วงเต็มที แต่ก็ขอต่อว่าหน่อยเถอะ
“ลามก?......แค่เนี้ยนะลามก?....ลามกที่ทำให้เขินเหรอ?”
ชุนไม่สามารถตอบได้... นั่นสินะ การกระทำเมื่อตะกี๊นี้ ความจริงมันไม่ได้เข้าข่ายคำว่าลามกเสียหน่อย
จุยลุกขึ้นจากร่างของชุน... พร้อมฉุดมือของเด็กหนุ่มขึ้นมาด้วย “ไปอาบน้ำกัน...”
“อือ ไม่เอา....ผมง่วง.....”
“ไม่...ต้องไปอาบน้ำด้วยกันก่อน!...”
“...ไม่เอา ไม่ไหวแล้ว...ง่วง เหนื่อย...” ชุนเริ่มงอแง เด็กหนุ่มตะแคงร่างหันไปข้างๆ เพื่อซุกใบหน้าลงกับหมอนนุ่ม ก่อนจะบุ่นอุบอิบออกมาว่า “...เจ็บด้วย”
ชายหนุ่มจึงทำอะไรไม่ได้ นอกจากเดินมานั่งข้างเตียง...ข้างๆร่างของชุน เขาเสยปลายนิ้วเข้าไปในเรือนผมชุ่มเหงื่อของเด็กหนุ่ม แก้มทั้งสองข้างยังคงไม่คลายจากความร้อนระอุ และสีแดงเรื่อ
ชุนเอาแต่นอนหลับตาไม่ยอมมองหน้าอีกฝ่าย
“โอจุยเลิกจ้องผมซะทีได้มั้ย?...”
“เมื่อตะกี๊ยังหึงอยู่เลยไม่ใช่เหรอ?”
“ก็ตอนนี้จะนอนแล้วนี่นา! อีกไม่กี่ชั่วโมงก็จะเช้าแล้ว...”
“ไม่ อยู่ กับฉันต่อจนเช้าเลยล่ะ...”
ชุนเข้าใจความหมายโดยนัยของคำพูดนั้นดี เด็กหนุ่มหรี่ตาขึ้นมองคนตรงหน้าชั่วครู่ “...ลามก!”
แต่ถึงกระนั้นชายหนุ่มก็โน้มกายเข้ามาใกล้ชุน พรมลมหายใจอุ่นลงบนพวงแก้มของชุน ก่อนจะหอมแก้มเบาๆ ...และกระซิบ “ลามกแต่จริงใจนะ”
“น้ำเน่า!!” เจตนาของชุนไม่ได้ต้องการพูดคำๆนี้หรอก เด็กหนุ่มเพียงแค่เขินจนไม่รู้จะทำตัวยังไง ชุนรวบผ้าห่มขึ้นคลุมถึงปลายคาง ยังอุตส่าห์เหลือใบหน้าไว้ให้เป็นอาหารสายตาของจุย
“ไม่เอาน่าชุน...อย่าเพิ่งรีบนอนสิ...” ชายหนุ่มพยายามเล้าโลมชุนอีกครั้ง ริมฝีปากอุ่นไล้ไปตามแนวแก้ม เรื่อยลงไปยังเรียวคาง พยายามจะครอบครองริมฝีปากสวยนั่นอีกครั้ง
“โอจุยไปนอนซักทีสิ!!”
“บอกแล้วไงว่ายังไม่ง่วง”
“...พอแล้ว!.................” และริมฝีปากนั้นก็โดนครอบครองบดเบียดอีกครั้ง จุยประคองหน้าเด็กหนุ่ม พร้อมยกร่างตนเองขึ้นไปบนเตียง และในที่สุดก็สามารถเลิกผ้าห่มที่คลุมร่างเปลือยของชุนออกได้...

โชคร้ายของเด็กหนุ่ม สุดท้ายแล้ว...ก็ยังไม่ได้นอนเสียที...

“อา....อาา.....โอจุย........” เสียงครางหวานหูดังสะท้อนทั่วทั้งห้อง เสียงลมหายใจกระชั้นถี่ สะโพกไหวโยกคลอเป็นจังหวะเดียวกับชายหนุ่ม “อือออ....อาาาา......จ....เจ็บ......อา....อา.....อ...โอจุย.....!.......”
“ช่วยไม่ได้ อยากยั่วทำไม...”
“โอจุยนั่นแหล่ะ!....อย่าเหมาสิ! ....อ๊าาา...อา.......”
ชายหนุ่มเสยนิ้วมือเข้าที่เรือนผมของเด็กหนุ่มราวกับต้องการปลอบประโลมชุนจากความเจ็บปวด แต่ทว่าที่ส่วนล่างนั้นกลับไม่ปราณีกันเลย ริมฝีปากฝังตัวอยู่ที่ต้นคอของชุน โลมเลียเนื้อนุ่มที่ทำให้เขาเคลิบเคลิ้มได้เสมอ
รอยเล็บคมฝากรอยแดงไว้บนแผ่นหลังของชายหนุ่ม ชุนทั้งข่วน...ทั้งจิก... ทิ้งรอยแผลไว้บนแผ่นหลังของจุย ระบายความเจ็บปวดเคล้าความสุขที่จุยมอบให้ กลีบปากชุ่มเหงื่อนั้นพลันจะโดนครอบครองทุกครั้ง
เด็กหนุ่มยิ่งข่วนแผ่นหลังอีกฝ่ายรุนแรงขึ้นเมื่อโดนเร่งจังหวะที่ส่วนล่าง “อา....อา.....อา......อา....อา..อาา......” หน้าของชุนแดงก่ำ ไม่ต่างอะไรกับใบหน้าของชายหนุ่มที่ถูกแต่งแต้มด้วยแรงปรารถนา
“กอดไว้แน่นๆนะชุน...”
เด็กหนุ่มทำตามอย่างว่าง่าย... ณ ตอนนี้ ชุนไม่ต้องการสิ่งใดอีกแล้ว นอกเหนือไปจาก ...จุย... ลึกๆแล้วเด็กหนุ่มไม่อยากให้ร่างของทั้งคู่พรากจากกันอีก อยากสัมผัสไออุ่นนี้ตลอดไป ไออุ่นที่เอ่อล้นไปด้วยความรัก และความสุขที่อีกฝ่ายพร้อมปรนเปรอเขาเสมอ จุยถือโอกาสสุดท้ายจ้องเข้าไปในนัยน์ตารื้นน้ำตาของเด็กหนุ่ม
“เราไปด้วยกันนะ...” น้ำเสียงของชายหนุ่มกลายเป็นเพียงเสียงกระซิบร้อนรุ่ม ในขณะที่ร่างทั้งร่างโถมแรงเข้าใส่ร่างของชุน สะโพกของเด็กหนุ่มไหวโยกรัวเร็ว ส่วนหลังของเอวจมลงในฟูกที่นอน เรียวขาตวัดรัดท่อนขาอีกฝ่ายแน่น ...ที่ตรงนั้นเอง ก็กำลังกอดรัดแก่นกายของชายหนุ่มอยู่เช่นกัน

ทุกอย่าง...ทุกสัมผัส ไหลวาบผ่านไปทั่วร่างชุนอย่างรวดเร็ว “อ๊า....!....” ร่างของเด็กหนุ่มกระตุก ขณะปลดปล่อยน้ำรักออกมา หยดสีขาวบางส่วนเปรอะผิวใต้คางของทั้งคู่
พร้อมกันนั้นที่ร่างของจุยโถมเข้ามาเป็นครั้งสุดท้าย พร้อมกับคลื่นความสุขที่พวยพุ่งเอาความปรารถนาทั้งหมดเข้าไปในร่างของชุน ทั้งคู่หอบเหนื่อย ประสาทสัมผัสบริเวณเอวและสะโพกชาไปชั่วขณะ ชุนแทบจะหมดสติไปในทันที
แค่คืนแรกที่ทั้งคู่เป็นของกันและกัน ยังหนักขนาดนี้....

จุยและชุนผล็อยหลับไปด้วยร่างที่ชุ่มเหงื่อ







To be continue Part 26


แก้ไขล่าสุดโดย Lunaria เมื่อ Tue Sep 29, 2009 10:01 pm, ทั้งหมด 1 ครั้ง

_________________

ผู้สนับสนุน Jui ♥ Shun และ Shun ♥ Jui อย่างเป็นทางการ
 
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว ส่ง Email ชมเว็บส่วนตัว MSN Messenger
ขึ้นไปข้างบน  
  ตอบ  - ตอบเมื่อ: Mon Sep 28, 2009 6:01 pm ตอบโดยอ้างข้อความ  
Kiss_Miku!%#@+_+
Jui


เข้าร่วม: 23 Jun 2007
ตอบ: 747
ที่อยู่: บนเตียงกับคุณลุง(?)

&#3629;&#3656;&#3629;&#3585;!&#3617;&#3634;&#3585;&#3588;&#3656;&#3632; &#3629;&#3656;&#3634;&#3609;&#3585;&#3637;&#3656;&#3619;&#3629;&#3610;&#3585;&#3655;,, , *&#3605;&#3634;&#3618;&#3588;&#3634;&#3588;&#3629;&#3617;*

&#3648;&#3614;&#3636;&#3656;&#3591;&#3629;&#3656;&#3634;&#3609;&#3593;&#3634;&#3585;&#3607;&#3637;&#3656;&#3594;&#3640;&#3609;&#3648;&#3617;&#3634;&#3586;&#3638;&#3657;&#3609;&#3619;&#3606;
&#3649;&#3610;&#3610;&#3623;&#3656;&#3634;&#3585;&#3619;&#3637;&#3658;&#3604;..

&#3626;&#3619;&#3640;&#3611;&#3607;&#3637;&#3656;&#3609;&#3657;&#3634;&#3592;&#3640;&#3618;&#3614;&#3634;&#3597;&#3636;&#3591;&#3629;&#3639;&#3656;&#3609;&#3617;&#3634;&#3619;&#3656;&#3623;&#3617;&#3648;&#3605;&#3637;&#3618;&#3591;&#3604;&#3657;&#3623;&#3618;
&#3648;&#3614;&#3637;&#3618;&#3591;&#3648;&#3614;&#3619;&#3634;&#3632;&#3629;&#3618;&#3634;&#3585;&#3592;&#3632;&#3621;&#3639;&#3617;&#3594;&#3640;&#3609;&#3651;&#3594;&#3656;&#3652;&#3627;&#3617;?

_________________

^
^
::amazing style::

 
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว ส่ง Email ชมเว็บส่วนตัว MSN Messenger
ขึ้นไปข้างบน  
  [~ ヴィドール : VIDOLL Forum ~] -> ~ Fanfiction / Writing ~ -> [FIC] "Cubic Sky" - Part 25 (NC) ปรับเวลา GMT + 7 ชั่วโมง  
หน้า 1 จาก 1  
คุณไม่สามารถสร้างหัวข้อใหม่
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ
คุณไม่สามารถแก้ไขข้อความของคุณ
คุณไม่สามารถลบข้อความของคุณ
คุณไม่สามารถลงคะแนน

   
  
 สร้างหัวข้อใหม่  ตอบ  



Powered by phpBB © 2001-2003 phpBB Group
Theme created by Vjacheslav Trushkin